Paronychia : เล็บขบ การอักเสบของขอบเล็บ เจ็บ บวม แดง สาเหตุ และการป้องกันรักษา - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : [email protected]

ผิวหนัง

Paronychia : เล็บขบ การอักเสบของขอบเล็บ เจ็บ บวม แดง สาเหตุ และการป้องกันรักษา

acute-paronychia

ภาพตัวอย่าง เล็บอักเสบเฉียบพลัน บวมแดง ในระยะแรก หรือเรียกว่า ภาวะเล็บขบ

การอักเสบของขอบเล็บ( nail fold) พบได้บ่อยๆ และคนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าเล็บติดเชื้อรา ซึ่งเป็นการเข้าใจที่ผิด ภาวะอักเสบนี้ ส่วนใหญ่มักพบที่บริเวณโคนเล็บ และมักจะเป็นเรื้อรัง แต่ก็อาจพบการอักเสบแบบเฉียบพลันได้ ซึ่งมักเกิดภายหลังการบาดเจ็บ เช่น ถูกกด หรือ ถูกทิ่มตำที่เล็บ หรือตัวเล็บเองงอกแทงเข้าไปในผิวหนัง แล้วเกิดการติดเชื้อที่เรียกว่า ‘เล็บขบ’

chronic-paronychia-1

ภาพตัวอย่าง เล็บอักเสบเรื้อรัง ในระยะแรก พบการบวมบ้าง แต่เล็บยังปกติเล็บ

เล็บอักเสบเรื้อรัง พบได้บ่อยกว่า ดังในภาพที่ 2-3 ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค คือ การที่มือและเท้าเปียกน้ำอยู่เสมอ เช่น คนทำครัว แม่ค้าขายของสด ช่างทำเล็บ ช่างสระผม แล้วทำให้หนังคลุมเล็บ(cuticle) เปื่อยยุ่ยหลุดออกไป จนเกิดรอยแยกระหว่างเล็บกับบริเวณโคนเล็บ ดังภาพที่ 2 ทำให้น้ำและเชื้อโรคสามารถแทรกซืมเข้าไปในขอบเล็บ เกิดการอักเสบและติดเชื้อภายหลัง

chronic_paronychia

ภาพตัวอย่าง เล็บอักเสบเรื้อรัง ในระยะเวลานานๆ จะพบเนื้อเล็บเริ่มผิดรูป

เชื้อโรคที่ทำให้เกิดมักไม่รุนแรง ส่วนใหญ่เป็นพวกยีสต์ กลุ่ม Candida ทำให้ผู้ป่วยไม่ค่อยไปพบแพทย์ จนเกิดอักเสบเรื้อรัง เป็นระยะเวลานานจนเล็บเสียรูปร่าง( dystrophy) แต่ก็อาจติดเชื้ออื่นได้ ในรายที่รุนแรง อาจพบอักเสบเป็นหนอง บวมแดง ปวดได้

การอักเสบขอบขอบเล็บ แยกได้ง่ายจากเชื้อราที่เล็บ เพราะ ขอบเล็บจะนูน พบรอยแยกบริเวณใต้โคนเล็บ และเล็บไม่เปื่อยยุ่ยเป็นขุย เหมือนในการติดเชื้อราที่เล็บ แต่อาจพบเล็บขรุขระบ้าง

แนวทางการป้องกันและรักษา

1. กรณีที่อักเสบเฉียบพลัน มีบวมแดง ปวด อาจต้องพบแพทย์ เพื่อให้ยาปฏิชีวนะ และยาแก้ปวดอักเสบ
2. กรณีที่เล็บขบ จากตัวเล็บเอง อาจต้องทำการถอดเล็บออกบางส่วน
3. กรณีทีเป็นเรื้อรัง ควรพยายามให้มือและเท้าแห้งอยู่เสมอ เพื่อให้ร่างกายสร้างหนังคลุมเล็บขึ้นมาใหม่
4. อาจใช้ครีมทาต้านเชื้อรา ทาบริเวณขอบเล็บ เพื่อป้องกันการติดเชื้อราที่เล็บ แทรกซ้อน

เรียบเรียงใหม่โดย นพ. จรัสพล รินทระ

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่