อัลฟัลฟา (Alfalfa) : บทบาทในการกระตุ้นให้มีความอยากอาหาร แก้ไขความผิดปกติของลำไส้ - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : [email protected]

สุขภาพ-งานวิจัย

อัลฟัลฟา (Alfalfa) : บทบาทในการกระตุ้นให้มีความอยากอาหาร แก้ไขความผิดปกติของลำไส้

alfalfa

อัลฟัลฟา (Alfalfa) เป็นพืชธรรมชาติที่ได้นำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์มาตั้งแต่โบราณกาล โดยเฉพาะในประเทศทางกลุ่มอาหรับและตะวันออกกลาง นอกจากนี้ทางแพทย์จีนโบราณนิยมใช้อัลฟัลฟาในการรักษาความผิดปกติของทางเดินอาหาร ตั้งแต่การกระตุ้นให้มีความอยากอาหาร ช่วยในระบบการย่อยอาหารให้เป็นปกติ และเพิ่มการหลั่งน้ำนมในสตรีหลังคลอดบุตรและขับปัสสาวะในผู้ที่มีอาการบวมตามร่างกายได้ ลองมาทำความรู้จักกับพืชชนิดนี้กันบ้าง

อัลฟัลฟา (Alfalfa) เป็นพืชล้มลุก ที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Mesicago sativa มีขนาดเล็ก แต่มีรากหยั่งลึกลงในดินยาวถึง 130 ฟุต ทำให้ อัลฟัลฟา (Alfalfa) สามารถดูดซัมเอาแร่ธาตุที่สำญต่างๆ จากพื้นดินในระดับความลึกต่างๆ ไว้ได้อย่างมากมาย แร่ธาตุเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนเป็นสารประกอบซึ่งจะสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น และร่างกายก็สามารถนำเอาแร่ธาตุจากธรรมชาตนี้ไปใช้ประโยชน์ได้ทันที ซึ่งส่วนที่นิยมนำมาใช้ประโยชน์ ก็คือ ส่วนของใบ

สรรพคุณที่ค้นพบจากพืช อัลฟัลฟา (Alfalfa) 

  1. Saponin ซึ่งมีรสขม จะมีฤทธิ์การกระตุ้นให้เกิดความอยากอาหาร ทำให้รับประทานอาหารได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าสารนี้ยังช่วยลดการอุดตันของเกร็ดเลือดในเส้นเลือดฝอยเล็กๆ ด้วย จึงทำให้ลดอัตราการเกิดความจำเสื่อม และภาวะไขมันในเลือดสูงได้ จึงทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ได้ลดลงด้วย
  2. Isoflavone and Flavone ซึ่งเป็นสารสเตอรอล ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสร้างฮอรโมนเอสโตรเจนในเพศหญิง จึงมีประโยชน์สำหรับสตรีที่มีความบกพร่องในเรื่องฮอร์โมน เช่น สตรีวัยหมดประจำเดือน
  3. Chlorophyll พบได้ในปริมาณสูง ซึ่งคลอโรฟิลล์นี้จะมีผลในการกำจัดสารพิษและสารแปลกปลอมต่างๆ ในเลือด ทำให้ลดการสะสมของยาหรือสารอันตรายต่างๆ ได้ และยังกระตุ้นให้ร่างการสร้างเม็ดเลือดแดงมากขึ้น ทำให้ร่างการแข็งแรง กระปรี้กระเปร่า
  4. Beta-carotene ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ ซึ่งมีบทบาทในการเป็น Antioxidants ที่ดี ลดการเสื่อมของเซลล์และอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งที่อวัยวะต่างๆ ได้
  5. Nataural Fluiridw ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ฟันแข็งแรง ลดการทำลายฟันโดยแบคทีเรียต่างๆในช่องปากได้
  6. แร่ธาตุต่างๆ เช่น แคลเซียม โปแตสเซียม เหล็ก สังกะสี ซึ่งรายละเอียดประโยชน์ของแร่ธาตุเหล่านี้ได้อธิบายได้ทราบแล้วในบทความก่อนๆ
  7. วิตามินต่างๆ เช่น วิตามินเอ บี1 บี6 ซี อี และเค ในปริมาณสูง ซึ่งรายละเอียดประโยชน์ของวิตามินเหล่านี้ได้อธิบายได้ทราบแล้วในบทความก่อนๆ

เรียบเรียงและค้นคว้าใหม่โดย นพ.จรัสพล รินทระ …ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด…6 August,2005

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่