นพ.จรัสพล รินทระ - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : [email protected]

ตอบกระทู้

กำลังดู 15 ข้อความ - 106 ผ่านทาง 120 (ของทั้งหมด 139)
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
  • เพื่อตอบกลับ: ริ้วรอยรอบดวงตา #4560

    ประมาณ 5000-6000 บาทนะครับ

    เพื่อตอบกลับ: สอบถามเรื่องฟิลเลอร์หางตา #4556

    ต้องตรวจนะครับ ปกติน่าจะเติมฟิลเลอร์นะครับ ส่วนราคาแล้วแต่ปริมาณที่ใช้ ปกติราคา 15,000 บาทต่อซีซี ส่วนใหญ่จะใช้ 0.5-0.6 CC

    เพื่อตอบกลับ: โบทอกซ์ลดน่อง #4551

    น่องโต ส่วนใหญ่ต้องดูว่าจากอะไร ถ้าจากกล้ามเนื้อก็ต้องฉีดโบทอกซ์ลดน่อง ปกติจะฉีดข้างละ 100-120 ยูนิตต่อครั้ง หรือ 25000-30000 บาท เห็นผลหลังฉีด 1 เดือน ถ้ายังไม่พอใจ ฉีดซ้ำได้ในเดือนที่ 2-3 ปกติฉีดแค่ 2-3 ครั้งก็ถาวรได้ ถ้าเลี่ยงการออกกำลังกายหรือการออกแรงที่ทำให้น่องโต แต่ถ้าน่องเกิดจากไขมัน การสลายไขมันด้วยการฉีดเมโสแฟตลดน่องจะได้ผลกว่าการฉีดโบทอกซ์นะครับ เมโสแฟตน่อง 2000 บาทต่อครั้ง ฉีดทุกอาทิตย์ 8-10 ครั้งนะครับ

    เพื่อตอบกลับ: บัตรเครดิต #4539

    ได้นะครับ จะรับไว้พิจารณาอีกครั้ง เพราะเคยติดต่อไปแล้ว หลายครั้ง แต่ธนาคารก็เฉยไม่ติดต่อกลับมา จนเบื่อจะตามแล้วครับ ทั้งๆ ที่สาขาใหญ่ก็อยู่ใกล้ๆ นี่เอง สำหรับ Citibank

    สามารถทำได้นะครับ ไม่มีปัญหานะครับ แต่แผลที่คิ้ว ถ้าเป็นรอยดำจะจางไปด้วย แต่แผลเป็นไม่หายนะครับ ตัวเลเซอร์ Revlite ที่คลินิกของแท้ มาจากอเมริกานะครับ

    เพื่อตอบกลับ: ร้อยไหมยกคิ้ว #4530

    ต้องตรวจแนวคิ้วก่อนนะคับ ว่าตกมากน้อยแค่ไหน ต้องการยกแบบไหน ปกติจะใช้ไหมยกคิ้ว ข้างละ 4-6 เส้นนะครับ

    เพื่อตอบกลับ: สลายฟิลเลอร์ #4511

    ถ้าสารที่ฉีดเป็นกลุ่มไฮยาหรือ Hyaluronic acid ก็ฉีดสลายได้นะครับ กรณีน้องใช้ฟิลเลอร์ Restylane ก็เป็นสารไฮยาเช่นกัน ฉีดสลายได้นะครับ ด้วยสาร Hyaluronidse เห็นผลทันทีหลังฉีด ว่ายุบลง และจะสลายเต็มที่ อีก 3-4 วันหลังฉีด แต่ถ้าไม่หมด มาฉ่ีดซ้ำได้อีก 1 อาทิตย์ ปกติจะฉีด 1-2 ครั้งๆ ละ 3,000 บาทนะครับ ที่คลินิกมีให้บริการ แวะมาปรึกษาก่อนได้นะครับ

    เพื่อตอบกลับ: โปรโมชั่น ! ร้อยไหมและโบท๊อก #4489

    โปรโมชั่น ! ร้อยไหมละลาย ลด 50% หมดเขตถึงสิ้นเดือนนี้นะครับ
    โบท๊อก ปีกจมูก 2000 บาท
    โบท๊อก หน้าผาก 4000-6000 บาท (แล้วแต่ปริมาณยูนิตหรือรอยย่นมากน้อยแค่ไหน)
    โบท๊อก ตีนกา 4000-6000 บาท (แล้วแต่ปริมาณยูนิตหรือรอยย่นมากน้อยแค่ไหน)

    เพื่อตอบกลับ: botox #4482

    ปกติหลังฉีด 1 เดือนน่าจะเห็นผลแล้วนะครับ ได้ลองเอามือแนบแก้ม แล้วกัดฟันดูมั้ยครับ ว่ามีกล้ามเนื้อดันมือเป็นก้อนลดลงหรือเปล่า เพราะบางครั้งเราเห็นหน้าตัวเองทุกวัน อาจจะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง ลองถ่ายรูปเปรียบเทียบ ก่อนกับหลังฉีดดูนะครับ หรือแวะมาตรวจซ้ำที่คลินิก เพื่อถ่ายรูปเปรียบเทียบกับก่อนฉีด ผมน่าจะถ่ายรูปไว้นะครับ เพราะเจอบ่อยๆ ที่คนไข้ถามอย่างนี้ แล้วแวะมาดูเปรียบเทียบกับก่อนฉีด ก็เห็นลงทุกราย เพียงแต่เราสังเกตไม่ชัดเจน หรืออาจจะมีแก้มเยอะ ทำให้ผลไม่ชัดเจน แต่ยังไงจะฉีดซ็ำรอให้ครบ 3 เดือนตามนัด อีกที

    ถ้าทานยาอยู่แล้ว ก็แค่ฉีดเมโสอาทิตย์ละครั้ง เสริมเพิ่มเติมนะครับ

    กาารักษาผมร่วง พื้นฐานต้องทายา ทานยา เป็นอันดับแรกนะครับ ยกเว้นจะมียาทานอยู่แล้ว ส่วนฉีดเมโสปลูกผม เป็นการรักษาเพิ่มเติม ให้ได้ผลมากขึ้น เร็วขึ้น 2-3 เท่า จากการทายา หรือทานยา ค่าใช้จ่าย ฉีดเมโสปลูกผม 2.000 บาทต่อครั้ง หรือคอร์ส 5 ครั้ง 8,000 บาท ฉีดทุกอาทิตย์ 1-2 คอร์สนะคับ ผลพอใจแล้ว ก็ทานแต่ยา กรณีไม่มียาทา ยาทาน จะให้สั่งให้ อยู่ที่ชุดละ 3,100-3,600 บาทต่อเดือนนะครับ

    เพื่อตอบกลับ: Botox ลดโหนกแก้ม #4472

    โหนกแก้ม ฉีดลดด้วย Botox ไม่ได้นะคับ กล้ามเนื้ฮแถวนี้ เกี่ยวข้องกับการพูด การยิ้ม ฉีด Botox มีผลทำให้ การพูด การยิ้ม ผิดปกติได้ โหนกแก้ม ส่วนใหญ่เป็นไขมัน มักจะฉีดลดด้วยกาีฉีดเมโสแฟตมากกว่านะครับ ค่าใช้จ่าย 1,000 บาทต่อครั้ง ฉีดทุกอาทิตย์ 4-5 ครั้ง หรือจนกว่าจะพอใจ

    เพื่อตอบกลับ: ลดต้นขา #4367

    Exilis ให้ผลชัดเจนกว่า เห็นผลหลังทำทันที ส่วน Liposonix ต้องรอเวลาให้ไขมันละลายออกจากร่างกาย อาจจะประมาณ 1 เดือนหลังทำ

    เพื่อตอบกลับ: ลดต้นขา #4364

    ถ้าเน้นเฉพาะเรื่องลดไขมัน Liposonix จะได้ผลกว่า Exilis ไม่มากนัก เพราะยังไม่ได้ FDA รับรองผลว่าลดไขมันได้จริง ได้แค่ลดขนาดเส้นรอบวงได้เท่านั้น (US FDA Approved for circumferece reduction) แต่ไม่ช่วยเรื่องกระชับสัดส่วน แต่ Exilis จะเด่นเรื่องการกระชับสัดส่วน และ Exilis ได้ US FDA Approved for skin tigtenning และลดไขมันไปพร้อมๆ กัน (รอ US FDA Approved for fat reduction) หลักการทำงานจะแตกต่างกัน โดย exilis เป็น Monopolar RF + Ultrasound แต่ liposonix เป็น Ultrasound อย่างเดียว

    เพื่อตอบกลับ: ผมบางกลางศรีษะ #4269

    ผมบางกลางศีรษะ ส่วนใหญ่สาเหตุมักจะมาจาก DHT สููง การรักษาควรทานยา Finasteride or Dutasteride + Biotin 1200 Mg/dayควบคู่กับการทาโลชั่นปลูกผม Minoxidil Lotion ถ้าทานอยู่แล้วยังไม่ดีขึ้น อาจจะต้องแนะำให้ฉีดเมโสปลูกผมเสริมตรงที่บาง จะได้ผลมากขึ้นนะครับ

กำลังดู 15 ข้อความ - 106 ผ่านทาง 120 (ของทั้งหมด 139)