TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : clinicneo@hotmail.com

เวชศาสตร์ความงาม

Update! นวัตกรรมปรับหน้าให้เรียวเล็ก V-Shaped

Botox-V

ใบหน้าของคนเรานั้น มีความแตกต่างกันตามเชื้อชาติและกรรมพันธุ์ โดยพบว่าชาวตะวันตก(ยุโรป-อเมริกา) จะมีโครงหน้าใหญ่ในส่วนบน และส่วนล่างจะเล็กลง สมส่วน ขณะที่ชาวตะวันออก(เอเชีย) จะมีสัดส่วนของใบหน้าส่วนล่างหรือกรามใหญ่กว่าส่วนกลางและส่วนบน ทำให้หน้าดูเหลี่ยม ซึ่งปัจจุบันนี้ เทรน ที่กำลังฮิตมาแรง ก็คือพยายามจะปรับรูปหน้าของตนเองให้เหมือนคนตะวันตกมากขึ้น ดังนั้นจึงได้เกิดนวัตกรรมทางด้านความงามใหม่ๆ ขึ้นมามากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการและก่อให้เกิดประสิทธิผลที่พึงพอใจ ผู้เขียนได้พบคนไข้มากมาย ที่มาพบเพื่อจะขอให้ปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก ซึ่งปัจจุบันมีหลากหลายวิธีที่ช่วยให้สมใจนึกได้ จึงจะรวบรวมสรุปวิธีการต่างๆ ในปัจจุบันในบทความเดียว เพื่อจะได้เข้าใจได้มากขึ้น ดังนี้

เมื่อคนไข้ต้องการจะปรับหน้าเรียว ก่อนอื่น แพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยโครงหน้าก่อนว่าเดิมนั้น โครงหน้าของคนไข้มีสัดส่วนอย่างไร อะไรคือวัตถุประสงค์ที่คนไข้ต้องการ แล้วก็จะตรวจหาสาเหตุและปัจจัยต่างๆ ที่ไม่ต้องการ และต้องการจะปรับเปลี่ยน ซึ่งก็จะพบว่า คนเรามีโครงหน้าได้หลากหลายแบบ ส่วนประกอบของหน้าส่วนบน ส่วนกลาง ส่วนล่าง ส่วนใดส่วนหนึ่งมากหรือน้อยเกินไปหรือไม่ หรือเกิดจากหลายๆ ส่วนรวมกันก็ได้ ซึ่งพอจะสรุปสาเหตุและการแก้ไขปัญหาหน้าใหญ่ หน้าบาน หน้าเหลี่ยม ได้ดังนี้

สาเหตุของโครงหน้าเหลี่ยมที่ไม่สมส่วน ของคนเอเชีย พอจะแบ่งได้คร่าวๆ ดังนี้ 

366_2

แพทย์ต้องทำการตรวจก่อนว่าสาเหตุจากอะไร

1. สาเหตุจากกระดูก : เกิดจากกระดูกขากรรไกรที่ใหญ่และกางออกเห็นเป็นมุมชัดเจน การตรวจง่ายๆ ก็คือจะคลำได้กระดูกแข็ง เมื่อกัดฟันหรือยิ้ม จะคงรูป ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง
การแก้ไข แพทย์จะแนะนำให้ทำศํลยกรรมผ่าตัดกระดูกขากรรไกรหรือกระดูกกรามตรงมุมออก เพื่อลดขนาดของกระดูกกรามให้เล็ก และเหลี่ยมลดลง ซึ่งเป็นวิธีการรักษามาตรฐาน และต้องอาศัยศัลยแพทย์ตกแต่งในการทำการผ่าตัด โดยผู้ป่วยจะต้องได้รับการดมยาขณะผ่าตัด แต่ก็มีความเสี่ยงเรื่องผลหลังผ่าตัด เช่น การต้องพักรักษาตัว แผลเป็นจากการผ่าตัด การบาดเจ็บต่อเส้นประสาทใบหน้า เป็นต้น จึงทำให้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมกันมากนัก

2. สาเหตุจากกล้ามเนื้อ : โดยพบว่าส่วนมากแล้ว คนเอเซียจะมีปัญหาหน้าบาน หน้าใหญ่จากสาเหตุนี้มากกว่าสาเหตุอื่นๆ เนื่องจากกรรมพันธุ์ เชื้อชาติ การรับประทานที่ออกแรงเคี้ยวนานๆ เช่นหมากฝรั่ง ขนมขบเคี้ยว หรือนอนกัดฟัน จึงทำให้กล้ามเนื้อ Masseter เกิดการโตขึ้น ที่เรียกว่า Masseteric Hypertrophy หรือ Square Jaw ซึ่งจะทดสอบได้โดยง่าย โดยให้ผู้ป่วยกัดฟันทั้งสองข้างพร้อมๆ กัน แล้วใช้มือคลำดูบริเวณกล้ามเนื้อกรามสองข้าง หรือข้างแก้ม ถ้าพบว่าก้อนกล้ามเนื้อมีขนาดโตขึ้นดันฝ่ามือออกมาเมื่อทำการกัดฟัน ก็แสดงว่าสาเหตุนี้มาจากกล้ามเนื้อมากกว่ากระดูก ซึ่งอาจจะพบว่ากล้ามเนื้อกรามทั้งสองข้าง อาจจะมีขนาดไม่เท่ากันได้ ซึ่งอาจจะมีผลจากนิสัยการเคี้ยวอาหารไม่เท่ากัน ข้างที่ถนัดกว่า ก็จะเคี้ยวมากกว่า ทำให้กล้ามเนื้อข้างนั้นโตกว่าปกติได้
การแก้ไข : สามารถฉีดยา Botulinum toxin-A หรือเรียกอีกอย่างว่า Botox เพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อให้เล็กลงและบางลง โดยแพทย์จะฉีดบริเวณกล้ามเนื้อกราม Masseter ข้างละ 5 จุดๆ ละ 4-6 ยูนิต แล้วแต่ขนาดของกล้ามเนื้อโตมากน้อยแค่ไหน Botox มีความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงจากยามีน้อยมากๆ โดยถ้าฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์แทบจะไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เลย อาจจะพบเพียงรู้สึกเมื่อยๆ กราม หลังฉีดอาทิตย์ที่ 1-2 พบว่าหลังฉีดเพียง 4-6 อาทิตย์ กล้ามเนื้อจะเริ่มเล็กลงให้เห็นหน้าเรียวได้ชัดเจน และออกฤทธิ์เต็มที่ในเดือนที่ 3 ดังนั้นบางคนจะฉีดซ้ำในเดือนที่ 3-6 แล้วแต่ขนาดกล้ามเนื้อจะเริ่มกลับมาโตอีกเมื่อไหร่ ซึ่งจริงๆ คนไข้สามารถจะทดสอบได้เองง่าย โดยการวางฝ่ามือที่แก้มสองข้าง แล้วกัดฟันดู ถ้าเริ่มมีก้อนนูนๆ ดันฝ่ามือออกมา แสดงว่ากล้ามเนื้อกรามเริ่มกลับมาโตใหม่ ซึ่งอาจจะเป็นสัญญาณให้กลับมาพบแพทย์เพื่อฉีดโบทอกซ์ซ้ำ พบว่าบางคน หลังฉีดไป 2-3 ครั้ง อาจจะเล็กลงได้ถาวร ถ้าควบคุมหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเคี้ยวอาหารใหม่  อีกวิธีหนึ่งที่ทำให้กล้ามเนื้อเล็กลง ก็โดยการผ่าตัด แต่ไม่เป็นที่นิยม เพราะมีผลข้างเคียงตามมามากกว่า และมีโอกาสเสี่ยงหลายอย่าง

366_3ตำแหน่งที่ฉีดในกล้ามเนื้อปรับหน้าเรียว ด้วยโบทอกซ์ พร้อมตัวอย่างโบทอกซ์ของอเมริกา

vshape-face-before-and-after

366_4ตัวอย่างผลการรักษา ก่อนและหลังฉีดลดกรามด้วยโบทอกซ์
ปัจจุบัน Botulinum toxin-A ในท้องตลาดมีหลากหลายยี่ห้อ แต่ที่นิยมกันทั่วโลก ก็คือยีห้อ Botox ของบริษัท Allergan จากอเมริกา เพราะได้ผลมากสุด เร็ว และปลอดภัยสูง เมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ
ในปัจจุบัน ( ซึ่งที่คลินิกนีโอ ก็ใช้แต่ยี่ห้อนี้ยี่ห้อเดียว ตรวจสอบได้) ก่อนฉีดควรตรวจสอบขวด จะเป็นขวดสีม่วง

3. สาเหตุจากไขมัน : หากแพทย์ตรวจพบว่า ใบหน้าเหลี่ยม หน้าบาน จากเนื้อเยื่อไขมัน ที่แก้ม หนาและมีปริมาณมาก โดยจะตรวจง่ายๆ โดยให้ผู้ป่วยกัดฟันทั้งสองข้างพร้อมๆ กัน แล้วใช้มือคลำดูบริเวณกล้ามเนื้อกรามสองข้าง หรือข้างแก้ม ถ้าพบว่าก้อนกล้ามเนื้อมีขนาดไม่โตขึ้น แต่เมื่อยิ้มแล้วแก้มยุ้ยมากขึ้น แสดงว่าสาเหตุมาจากไขมัน มากกว่า กล้ามเนื้อกรามโต
การแก้ไข : ปัจจุบันมีการทำให้ไขมันที่ใบหน้าลดลงได้หลายวิธีดังนี้

3. 1. การฉีดสลายไขมันด้วยยา ( Medical Lipolysis) ที่เรียกว่า Mesotherapy หรือ Mesofat โดยแพทย์จะใช้เข็มฉีดยา ฉีดส่งยาเข้าไปที่แก้ม ซึ่งยาจะมีสรรพคุณสลายไขมันที่สะสมในชั้นไขมันให้แตกตัวออกเป็นไขมันเหลว (Fatty acid ) แล้วไขมันเหลวดังกล่าวจะขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะ หรือทำให้เซลล์ไขมันมีขนาดเล็กลง โดยใช้กลุ่มยาหลายๆ ตัว เช่น Phosphatidylcholine,Deoxycholate,L-carnitine, Vitamin B complex ,Amino acids,Minerals ฯลฯ โดยปริมาณที่ฉีด 0.02-0.05 ซีซี ห่างกัน ทุก 1-2 ตร.ซม. โดยฉีดลึกเข้าไปในชั้นไขมัน ตั้งแต่ 0.1 มม -0.2 มม. คนไข้อาจจะเจ็บกว่าการฉีดโบทอกซ์ เพราะฉีดในชั้นไขมันที่มีเซลล์ประสาทมากกว่า และตัวยาก็อาจจะแสบระคายเคืองผิวหลังฉีด อาจจะพบรอยฟกช้ำหลังฉีดได้บ้าง ถ้าฉีดโดนเส้นเลือดฝอยที่ใบหน้า ส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นผลหลังฉีดประมาณ 2-3 อาทิตย์ (ปกติจะฉีดอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง) ปกติไขมันที่สลายไป จะไม่กลับมาอีก ถ้าควบคุมน้ำหนักและไขมันส่วนเกิน มิให้กลับมาสะสมใหม่ วิธีนี้เป็นที่นิยมกันมากทั้งในยุโรปและอเมริกา เพราะถือว่าปลอดภัย ไม่มีผลทำให้เซลล์ไขมันตาย (Fat cell death) ผลข้างเคียงน้อยมาก โดยเฉพาะถ้าแพทย์เลือกตัวยาที่ผ่านการรับรองจาก FDA แล้ว นอกจากนี้การทำ Mesotherapy หรือ Mesofat ยังสามารถใช้กับบริเวณอื่นๆ ของร่างกายได้อีก

366_5

ตัวอย่างผลการรักษา ก่อนและหลังฉีดลดแก้มด้วยเมโสแฟต

3. 2. การสลายไขมันด้วยการทำ Carboxytherapy เป็นการรักษาและขจัดไขมันส่วนเกินที่แก้ม โดยการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ เข้าไปที่ชั้นไขมัน ก๊าซที่ฉีดเข้าไป จะละลายกับน้ำอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดเป็นกรดคาร์บอนิค แล้วมีการปล่อยออกซิเจนจาก Hemoglomin mark ทำให้แคลเซียมไปจับกับกรดคาร์บอนิค ทำให้เกิดการขยายตัวของหลอดเลือด แล้วเข้าไปทำลายเซลล์ไขมันให้แตกออก แล้วขับไขมันออกจากร่างกาย ปัจจุบันไม่ค่อยเป็นที่นิยม เนื่องจากเจ็บมากกว่าการฉีดยาสลายไขมันหลายเท่า และหลังทำคนไข้อาจจะมีอาการแก้มบวมป่อง เป็นเวลา 1-3 วัน ทำให้ไม่สามารถไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ

3. 3. การสลายไขมันด้วยการทำ Radiofrequecy(RF) พบว่าการทำ RF ร่วมด้วย จะช่วยรีดไขมันให้ออกจากร่างกายได้เร็วขึ้น และทำให้กล้ามเนื้อกระชับได้มากขึ้น ลดการหย่อนคล้อยหลังฉีด โดย หลักการทำงานของ RF สำหรับเครื่องมือที่นิยมใช้กันก็คือ กลุ่ม Thermage,Mini-Thermage ,RF ทั่วๆ ไป เป็นต้น

        3. 3. การสลายไขมันด้วยการทำเลเซอร์ พบว่า การใช้ Laser Lipolysis กับไขมันบริเวณใบหน้า ไม่เป็นทีนิยมนัก เนื่องจากว่าเลเซอร์มีพลังงานความร้อนสูง อาจจะมีผลทำให้เซลล์ไขมันตายได้ (Fat cell death) ทำให้เกิดการอักเสบหลังทำได้มากกว่า และโอกาสเกิดพังผืด(Fibrosis) สูง อันเป็นสาเหตุให้การลดลงของไขมันไม่สม่ำเสมอ เป็นรอยบุ๋มเป็นจุดๆ ได้
จากประสบการณ์มากมายของผุ้เขียน เท่าที่รวบรวมนวัตกรรมการปรับหน้าเรียวเล็กในปัจจุบัน นี้ ก็คงมีเท่านี้นะครับ ซึ่งการจะทำด้วยวิธีใดบ้าง แพทย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถวินิจฉัยและให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับท่านได้ ว่าควรจะรักษาด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง หรือหลายๆ วิธีควบคู่กัน สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกนีโอ โทร 02-6532211-2
4. สาเหตุจากการหย่อนคล้อยของผิวหนังชั้นหนังแท้ (Dermis)  : หาก แพทย์ตรวจพบว่า ใบหน้าเหลี่ยม หน้าบาน จากผิวหนังหย่อนคล้อย  จากอายุมากขึ้น หรือจากการลดน้ำหนัก หรือลดไขมันเร็วเกินไป แล้วเกิดการหย่อนคล้อย  โดยจะตรวจง่ายๆ โดยให้ลองยกกระชับบริเวณขอบคางให้กระชับ และทำให้รูปหน้าเล็กลง ก็แสดงว่าเกิดจากสาเหตุของการหย่อนคล้อย
การแก้ไข : ปัจจุบันมีการทำให้ไขมันที่ใบหน้าลดลงได้หลายวิธีดังนี้
4.1  การยกกระชับปรับหน้าวีเชฟ ด้วยเครื่องมือ ต่างๆ เช่น ทำ Radiofrequecy(RF) พบ ว่าการทำ RF  นอกจากจะช่วยรีดไขมันให้ออกจากร่างกายได้เร็วขึ้น และทำให้กล้ามเนื้อกระชับได้มากขึ้น ลดการหย่อนคล้อยโดย หลักการทำงานของ RF สำหรับเครื่องมือที่นิยมใช้กันก็คือ กลุ่ม Thermage,Mini-Thermage ,RF ทั่วๆ ไป เป็นต้น
4.2  การยกกระชับปรับหน้าวีเชฟ ด้วยการร้อยไหม พบว่าการร้อยไหม   ไม่ได้ช่วยลดไขมันให้ออกจากหน้าได้ แต่มักจะนิยมทำหลังจากสลายไขมันที่ใบหน้าแล้ว เกิดจากหย่อนคล้อย  การร้อยไหมจะช่วยลดการหย่อนคล้อยได้ผลทันทีหลังทำ และทำให้รูปหน้าวีเชฟได้  ไหมควรใช้ไหมละลายที่ผ่าน อ.ย. เพราะไม่มีผลข้างเคียงระยะยาว แม้จะอยู่ได้เพียง 1 ปี แต่ก็จะไม่มีปัญหาเส้นใหมตกค้างในผิวหน้า ให้เกิดผลข้างเคียงในระยะยาว เหมือนไหมทองคำ หรือไหมที่มีเงี่ยง หรือที่อยู่นานหลายๆ ปี

เรียบเรียงและค้นคว้าโดย นพ.จรัสพล รินทระ
ปรับปรุงข้อมุลล่าสุด……………..25 October,2010

 

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่ 25/10/2010 จำนวนการเข้าชม 13998 ครั้ง

Comment :

namtan1234

ราคาประมาณเท่าไหร่คะ คือกำลังจะไปทำกับทางคลีนิควันนี้แล้วอ่ะคะ น้ำยาที่ฉีดของแท้เมกาใช่มั้ยคะ

namtan1234 5 July 2015 at 10:55
reply
นพ.จรัสพล รินทระ

ราคาฉีดโบทอกซ์ปรับหน้าวีเชฟ อยู่ที่ 125 บาทต่อยูนิต ของแท้จากอเมริกาเท่านั้นนะครับ ส่วนจะเท่าไหร่ ต้องตรวจว่าต้องใช้ปริมาณกี่ยูนิตนะครับ ปกติ 5000-10,000 บาทนะครับ

นพ.จรัสพล รินทระ 5 July 2015 at 11:16
reply