Dermaroller(Skin Needling) กับการรักษารอยหลุมสิว ฝ้า ริ้วรอย - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : [email protected]

เวชศาสตร์ความงาม

Dermaroller(Skin Needling) กับการรักษารอยหลุมสิว ฝ้า ริ้วรอย

Dermaroller

รอยหลุมสิว ริ้วรอยลึก ฝ้าลึก จัดเป็นปัญหาของผิวพรรณในชั้นหนังแท้ ( Dermis) ที่ยากต่อการแก้ไขให้ดีขึ้น ปัจจุบันได้มีการค้นคว้าแนวทางการรักษาใหม่ๆ ขึ้นมามากมาย เพื่อฟื้นฟูสภาพผิวให้ดีขึ้น

เพื่อการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ การแก้ไขเม็ดสี(Melanin) ที่ผิดปกติ ตลอดจนเปลี่ยนแปลงเนื้อเยื่อผิว(Texture) ด้วยเครื่องมือและเทคนิค หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเครื่องสำอาง ยา ตลอดจนเครื่องมือไฮเทคทั้งหลาย เช่น เลเซอร์,MD,IPL,FP ฯลฯ

Dermaroller จัดเป็นการรักษาอย่างหนึ่ง ในการแก้ไขปัญหาผิวพรรณ โดยใมีลักษณะเป็นลูกกลิ้งที่มีเข็มเล็กๆ จำนวนมาก ขนาดเส้นผ่าศูนต์กลาง 0.25 มม. ยาว 1.5 มม. กลิ้งไปบนผิวหนัง เข็มจะลงได้ลึกถึงชั้นหนังแท้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ในเนื้อเยื่อผิวชั้นหนังแท้ ( Dermis) ขณะที่ทำการรักษาจะทำให้เกิดรูขนาดเล็กจำนวนมากบนผิวหนัง เมื่อเติมสารบำรุงหรือยาที่สำคัญลงไปร่วมด้วย จะทำให้สามารถซึมเข้าสู่ ผิวหนังได้ลึกและได้ผลกว่าการทายาทั่วไปถึง 40 เท่า ทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาได้ผลมากขึ้นและรวดเร็ว

Dermaroller  ได้เริ่มมีการทำการรักษากับคนไข้ที่มีปัญหาริ้วรอย รอยหลุม เม็ดสีเมลานินผิดปกติ ในปี ค.ศ. 1992 โดยแพทย์ผิวหนังจากหลายประเทศ ในยุโรป และมีการตีพิมพ์รายงานการแพทย์มาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะ Dr.Philippe Simonin แพทย์ผิวหนังจากสวิสเซอร์แลนด์ ได้ทำการทดลองในปี ค.ศ. 1994 กับคนไข้ 600 คน พบว่าปัญหาริ้วรอย และรอยหลุมสิว ดีขึ้นมากถึง 40 % ดีขึ้นปานกลาง 22% และดีขึ้นบ้าง 13 %

305_6

305_3ภาพประกอบเนื้อเยื่อวิทยา ที่พบการเพิ่มขึ้นของคอลลาเจน ก่อน-หลังทำ Skin Needling

    ได้มีคำถามว่า ” Dermaroller มีกลไกการทำงานฟื้นฟูสภาพผิวได้อย่างไร ” ทางคณะแพทย์ที่ทำการวิจัย ได้อธิบายว่า เมื่อมีการกลิ้งลูกกลิ้งลงไปที่ผิวหนังด้วยความลึกที่พอเหมาะ จะมี การบาดเจ็บเกิดแผลเล็กๆ จำนวนมาก แล้วร่างกายจะตอบสนองการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ โดยการกระตุ้นเกร็ดเลือด(Platelets) ให้ปล่อยสาร Clotting factors (สารที่เกี่ยวกับการ แข็งตัวของเลือด) โดยเฉพาะ Growth hormome(PDGF และ TGF beta),cytokines แล้วกระตุ้นกลไกการสมานแผลอื่นๆ ตามมา ทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ขึ้นมาใหม่ แล้วจัดเรียงตัว(Remodelling) ตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย เมื่อทำหลายๆ ครั้ง ในระยะเวลาผ่านไปหลายเดือน เมื่อตรวจทางเนื้อเยื่อวิทยา(Histology) จะพบเห็นจำนวนคอลลาเจนและอีลาสตินเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน(ดูภาพประกอบ 1)

ปัญหาผิวพรรณที่ทำการรักษาด้วย Dermaroller
1. การรักษารอยหลุมจากสิว : พบว่าการเพิ่มคอลลาเจนในชั้นแท้ เพื่อทำให้รอยหลุมสิวเต็มขึ้น เดิมไม่ว่าทำการรักษาด้วย IPL,เลเซอร์ Cool touch,Smoothbeam พบว่า ต้องทำหลายครั้ง และเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก แต่ได้ผลเพียงระดับหนึ่ง(ไม่มากนัก) จึงคิดว่าน่าจะเกิดจากการกระตุ้นคอลลาเจนลงไม่ลึกพอ จึงคิดค้นวิธีใหม่ โดยการทำให้เกิดจากบาดเจ็บในชั้นที่ลึกกว่านี้ และยังได้ทำลายพังผืด (Fibrosis) ที่ยึดที่รอยหลุดให้หลุดออกด้วย ซึ่งหลักการ Skin Needling นี้มีการพิสูจน์ว่าได้ผลจริง ซึ่ง ได้ใช้หลักการคล้ายกับการเจาะด้วยเลเซอร์ให้เกิดรูเล็กๆ ด้วยเทคนิค Fractional Laer (Fraxel,Fine scan 1550)

2. การรักษาริ้วรอย : ริ้วรอยเหี่ยวย่นตามอายุ เกิดจากการลดลงของคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวพรรณขาดความยืดหยุ่น การฉีดลดริ้วรอยด้วยโบท็อกซ์ก็เป็นการได้ผลเพียง ชั่วคราวและต้องฉีดหลายครั้ง และได้ผลดีเฉพาะหางตา หัวคิ้ว และหน้าผาก แต่ริ้วรอยเล็กๆ อื่นๆ ยังมีข้อจำกัด ขณะที่เลเซอร์ทั้งหลายก็ได้ผลระดับหนึ่ง และมีผลข้างเคียงได้ แต่วิธีการ Skin Needling สามารถลงได้ลึกตามต้องการ และทำด้วยมือแพทย์ จึงควบคุมได้ง่ายกว่า และไม่ทำลายผิวหน้าชั้นบนอีกด้วย

3. การรักษาฝ้าลึก : ปัจจุบันการรักษาฝ้าลึก (Dermal Melasma ) ยังคงเป็นปัญหาหนักอก สำหรับแพทย์และคนไข้ เพราะยังไม่มีวิธีใดรักษาได้หายขาด 100 % มีการทดลองด้วยวิธี Skin Needling พบว่าเมื่อผิวหนังชั้นหนังแท้(รวมทั้งฝ้า) ได้ถูกทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บ แล้วเกิดการซ่อมแซมสร้างเนื้อเยื่อใหม่ พบว่าฝ้าได้จางลงด้วย โดยไม่ทราบกลไกที่เกิดชัดเจน ขณะเดียวกันยาที่ใช้ก็มีสรรพคุณเป็นไวเทนนิ่ง ได้ซึมลึกเข้าไปยับยั้งการสร้างเม็ดสี ซึ่งพบว่าวิธีนี้ได้ผลมากกว่าการทายาถึง 40 เท่า เช่นเดียวกับการรักษาฝ้าด้วย เทคนิค Fractional laser (Fraxel,Fine scan) ที่มีรายงานในการรักษาฝ้า เช่นกัน

4. รูขุมขนกว้าง :พบว่าในคนไข้ที่ทำ Dermaroller หลายๆ ครั้ง พบว่าสภาพผิวโดยรวม (Texture) ดีขึ้น ดูอ่อนเยาว์ลง เพราะสังเกตได้ว่า รูขุมขนกระชับขึ้น ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตาดีขึ้น ผิวหน้าขาวใสขึ้น

dermarollerตัวอย่างเข็ม Dermaroller ของแท้จากฝรั่งเศส ที่ FDA approved

5. การรักษาสิวอักเสบ สิวอุดตัน เรื้อรัง : ในบางกรณีที่บางคน อาจจะมีสิวอักเสบ หรือสิวอุดตัน เกิดที่เดิมบ่อยๆ เป็นๆ หายๆ ทำการรักษาสิว ด้วยวิธีต่างๆ มานานแล้วยังไม่ดีขึ้น สาเหตุหนึ่งที่พบได้บ่อยๆ ก็คือท่อไขมันบริเวณนั้นผิดปกติ ทำให้การระบายไขมันไม่ดี จึงเกิดการอุดตันได้บ่อยๆ การทำ Dermaroller เพื่อแก้ปัญหาท่อไขมันผิดปกติ ให้ผิวหน้า remodelling ท่อไขมันใหม่ พบว่าเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันและรักษาสิวที่เป็นซ้ำๆ ทีเดิม ให้ดีขึ้น หรือหายขาดได้

ขั้นตอนในการทำ Skin Needling 

  1. ทำความสะอาดผิวหน้า แล้วทายาชาทิ้งไว้ 30-45 นาที
  2. เช็ดยาชาออก แล้วทำความสะอาดผิวหน้าด้วยอัลกอฮอล์ หรือน้ำยาฆ่าเชื้ออื่นๆ
  3. เริ่มทำการรักษาด้วยการไถลูกกลิ้ง ( Derma Roller) ทั่วบริเวณใบหน้าเบาๆ ประมาณ 20-25 รอบต่อบริเวณที่ต้องการรักษา โดยแต่ละรอบจะทำการไถไม่ซ้ำกัน และจะเน้นในบริเวณที่มีปัญหา เพื่อให้เกิดผลการรักษาสูงสุด ซึ่งใช้เวลาประมาณ 20-30 นาทีต่อการรักษา 1 ครั้ง
  4. หยอดตัวยาผสม ( Cocktails ) ไปพร้อมๆ กับการไถลูกกลิ้ง เพื่อให้ตัวยาซึมผ่านรูเล็กๆ เข้าไปได้ทั่วถึง
  5. หลังจากนั้น ใช้ Gauge หรือสำลี ชุบ NSS (แช่เย็น) โปะทั่วใบหน้า เพื่อลดอาการปวดแสบร้อน ประมาณ 15 นาที
  6. ขั้นสุดท้าย : ทาทับด้วยครีมบำรุง หรือครีมสมานผิว หรือครีมลดอาการอักเสบ

มักจะทำซ้ำทุก 2 อาทิตย์ในเดือนแรก และทำเดือนละครั้ง จนกว่าจะได้ผลที่พอใจ ซึ่งโดยเฉลี่ยจะประมาณ 4-6 ครั้ง

305_4

Dermaroller3

การรักษารอยหลุม ก่อน-หลังทำ Dermaroller

การดูแลผิว หลังทำ Dermaroller

  1. ไม่ควรล้างหน้าหลังทำประมาณ 3 ชั่วโมง ควรล้างมือให้สะอาดก่อนจับใบหน้าหลังทำ
  2. อาจจะมีอาการปวดแสบร้อนที่ผิวหน้าได้ ประมาณ 1-2 ชั่วโมง อาจจะรับประทานยาแก้ปวด หรือยาแก้อักเสบ เสริมได้
  3. สามารถแต่งหน้า ทาครีมกันแดด หรือครีมปกติอื่นๆ ได้ในวันรุ่งขึ้น

ผลข้างเคียงจากการทำ Dermarollerพบว่าน้อยมาก เพราะการรักษาด้วยเทคนิคนี้ ไม่ทำลายผิวหน้าชั้นหนังกำพร้า ไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรง เหมาะกับทุกสภาพผิว ส่วนใหญ่ หลังทำจะพบเพียงอาการต่างๆ ดังนี้

  1. เจ็บปวดบ้างเล็กน้อยขณะทำ และหลังทำอาจจะปวดแสบร้อนที่ผิวหน้าได้ และจะดีขึ้นภายใน 1-3 ชั่วโมง
  2. ผิวหน้าจะเริ่มแดง(มากน้อยแล้วแต่สภาพสีผิว) หลังทำวันที่ 1-3
  3. ผิวหน้าจะเริ่มแห้ง ตกสะเก็ด และลอกออก หลังทำวันที่ 3 สามารถใช้ครีมสมานผิว ครีมบำรุงให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวได้

ค่าใช้จ่ายในการรักษาด้วยเทคนิค Dermarollerพบว่าค่าใช้จ่ายจะถูกกว่าการรักษาด้วยกลุ่มเลเซอร์มาก โดยจะมีค่าใช้จ่ายแบ่งเป็น 2 ส่วนดังนี้

  1. ลูกกลิ้ง Derma Roller เครื่องมือ Derma Roller เป็นของใช้เฉพาะบุคคล ไม่สามารถใช้ร่วมกับคนอื่นๆ ได้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อโรค ตัวลูกกลิ้ง Dermaroller ผลิตจากหลายบริษัท หลายยี่ห้อ หลายประเภท คุณภาพก็แตกต่างกันไป ราคาก็แตกต่างกันเช่นกัน ดังนั้น ควรจะสอบถามกับแพทย์ที่ทำการรักษาให้แน่ใจในคุณภาพก่อนตัดสินใจทำการรักษา
  2. ค่ายาและค่าหัตถการทางการแพทย์ : ประมาณ 3,000-5,000 บาท (แล้วแต่ปัญหาของผิว และตัวยาที่ใช้ร่วมด้วย) โดยจะทำการนัดทำซ้ำทุก 2-4 อาทิตย์

  ปัจจุบันไม่ค่อยมีให้บริการ เนื่องจาก เข็ม Dermroller ที่ได้คุณภาพ  ไม่สามารถจัดหามาให้บริการได้ เนื่องจากพบว่ายังไม่มีการรับรองเรื่องการติดเชื้อหรือสะอาดพอ หลังทำ ทำให้ อย. ไม่อนุญาตให้ทำได้  แพทย์จึงหันไปรักษารอยหลุมสิวด้วยกลุ่ม Fractional Laser แทน เพราะได้ผลมากกว่า และเร็วกว่า ผลข้างเคียงน้อยกว่า โดยเฉพาะเลเซอร์ Fine Scan 1550 ซึ่งพบว่าเหมาะกับผิวคนไทย

เรียบเรียงและค้นคว้าโดยนพ.จรัสพล รินทระ .
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด…….20 Febuary,2014


วีดีโอสาธิต การรักษารอยหลุมด้วย Dermaroller

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่