IPL (Intense Pulse Light) คลื่นแสงกับความงาม ต่างกับเลเซอร์ความงามอย่างไร - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : [email protected]

เวชศาสตร์ความงาม

IPL (Intense Pulse Light) คลื่นแสงกับความงาม ต่างกับเลเซอร์ความงามอย่างไร

IPL2

IPL คืออะไร

ครื่องมือที่ใช้รักษาปัญหาผิวพรรณ และความงาม โดยใช้คลื่นแสงที่เข้มข้นสูง ที่มีความยาวช่วงคลื่น ตั้งแต่ 515-1200 นาโนเมตร โดยการเปลี่ยนฟิลเตอร์ ให้เฉพาะบางช่วงคลื่น ถูกปล่อยออกมา แบบ High pass and low cut off หมายถึงว่า ถ้าใช้ฟิลเตอร์ 590 นาโนเมตร หมายถึงว่า ฟิลเตอร์นี้จะคัดกรองคลื่นแสงเฉพาะที่มากกว่า 590 นาโนเมตรให้ผ่านไปที่ผิวหนังได้ ส่วนที่มีช่วงคลื่นต่ำกว่านี้จะไม่สามารถผ่านไปได้
แสงช่วงคลื่นที่ต้องการนั้น แพทย์จะเลือกช่วงคลื่นที่นำมาใช้ให้เหมาะสมกับภาวะที่ต้องการรักษา  และตั้งพลังงานแสงและช่วงเวลาที่ปล่อยแสงให้พอเหมาะ  แสงจะถูกปล่อยออกมาเหมือนไฟแฟลชเป็นเวลา เศษส่วนพันวินาทีในแต่ละบริเวณที่ทำการรักษา

209_1

ตัวอย่าง ภาพประกอบของ IPL ของ ESC ในชื่อว่า Mulitilight (รุ่นแรก) และ IPL Quantum (รุ่นที่ 2) ตามลำดับ

IPL กับเลเซอร์แตกต่างกันอย่างไร?
IPL เป็นคลื่นแสง ที่ปล่อยพลังงานบางช่วงคลื่น ออกมา ซึ่งอาจจะมีหลายช่วงคลื่น ไม่จำเพาะเจาะจงเหมือนเลเซอร์ที่เป็นพลังงานช่วงคลื่นเดียว ดังนั้นผลการรักษาถ้าเทียบกับเลเซอร์ จึงด้อยกว่าเลเซอร์

204_6ตัวอย่าง เครื่อง IPL ยี่ห้อ Plasmalite ของ MBC

ข้อบ่งชี้ในการทำ IPL มีดังนี้

  1. ความผิดปกติของเส้นเลือด(IPL for vascular lesions) IPL ใช้ในการรักษาความผิดปกติของเส้นเลือดตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงปานกลาง ที่มีเส้นผ่าศูนต์กลางไม่เกิน 1 มม. แต่ประสิทธิภาพก็ยังได้ผลดีสู้เลเซอร์วีบีมที่รักษาเส้นเลือดโดยเฉพาะไม่ได้
  2. ความผิดปกติของเม็ดสี (IPL for pigmented lesions) ซึ่งพบว่าได้ผลดีปานกลาง สำหรับเม็ดสีที่เข้มกว่าปกติ เช่น ฝ้าบางๆ หรือฝ้าชั้นหนังกำพร้า ( Epidermal melasma) กระ ( Freckle) จะจางลงได้ แต่ก็มักจะกลับมาเป็นใหม่ได้ไว ปานดำ(Becker’s nevus) แทบจะไม่ได้ผลสู้การรักษาด้วยเลเซอร์ กลุ่ม Nd-Yag laser หรือ Pulse dyne laser
  3. การกำจัดขนกึ่งถาวร (IPL for Hair removal) ถือว่า IPL เป็นเครื่องมือกำจัดขนได้เช่นกัน แต่ได้ผลไม่ดีนัก เมื่อเทียบกับเลเซอร์กำจัดขนโดยเฉพาะ
  4. ลดริ้วรอยและชลอภาวะชราของผิวพรรณ (IPL for Photoageing) บางครั้งเรียกว่าการทำ Photorejuvenation น่าจะเป็นข้อเดียวของ IPL ที่พอจะแข่งขันกับเลเซอร์ได้ เพราะช่วยเรื่องหน้าเกรียมแดด หน้าหมองคล้ำ ให้ขาวใสได้ สังเกตุได้ทันทีหลังทำ
  5. ลดและแก้ไขปัญหาแผลเป็น (IPL for Scars ) โดยพบว่า IPL กับการรักษาแผลเป็นรอยดำ พอจะได้ผลบ้าง ถ้ารอยดำจางๆ ไม่ลึกมากนัก แต่ถ้ารอยแดงหรือรอยหลุม แทบจะได้ผลน้อยมาก

    ข้อควรระวังและข้อห้ามในการทำ IPL
    มีดังนี้

    1. สตรีมีครรภ์ – ข้อนี้ห้ามทำเลยจนกว่าจะคลอด
    2. คนไข้ที่มีประวัติเลือดออกได้ง่ายกว่าปกติ เช่น โรคเลือดออกผิดปกติ มะเร็งเม็ดเลือด เป็นต้น
    3. คนไข้ที่ใช้ยาหรือทายาที่ไวต่อแสงช่วงคลื่น 515-1200 nm. เช่น รับประทานยากลุ่มวิตามินเอ (roaccutane) ต้อง ระมัดระวังในการเลือกช่วงคลื่นและพลังงานในการทำ
    4. สีผิวคล้ำ หรือ สีผิว(skin type 3-5) ซึ่งจะเขียนบทความเรื่องชนิดของสีผิวภายหลัง ต้องระมัดระวังในการเลือกช่วงคลื่นและพลังงานในการทำ
    5. สีผิวดำ เช่น ในนิโกร (skin type 6) ข้อนี้ก็ห้ามทำเพราะสีผิวและเม็ดสีที่ผิดปกติจะใกล้เคียงกัน ทำให้เกิดผลข้างเคียง รอยดำใหม้ได้ง่ายกว่าสีผิวชนิดอื่นๆ
    6. คนไข้ที่มีรับประทานยาสลายลิ่มเลือด(anticoagulants) เช่น aspirin,coumadin
    7. คนป่วยด้วยโรคเบาหวานระยะรุนแรง หรือน้ำตาลควบคุมไม่ได้ (> 300 Mg%)  เพราะเส้นเลือดคนไข้มักจะผิดปกติและตีบตันได้ง่าย ถ้าทำ IPL อาจจะทำให้เส้นเลือดเปราะแตกได้ง่าย
    8. คนไข้ที่มีประวัติมีแผลเป็นนูน (keloid) ได้ง่าย
    9. คนที่มีสีผิวคล้ำ หรือเพิ่งโดนแดดจัดๆ มา 1-2 อาทิตย์
      ปัจจุบัน IPL มีหลายชนิด หลายคุณภาพตามแต่ผู้ผลิต ราคาจึงแตกต่างกันมาก ดังนั้นก่อนรับการรักษาด้วย IPL ควรสอบถามถึงความมาตรฐานของผู้ผลิต และแหล่งที่มาของเครื่องมือนั้นๆให้ชัดเจนก่อนเสมอ เพื่อประสิทธิผลในการรักษา

เรียบเรียงและค้นคว้าใหม่โดย นพ.จรัสพล รินทระ …ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด…6 August,2013

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่