Idebenone นวัตกรรมใหม่ของสารต้านอนุมูลอิสระ(Super -Antioxidants) - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : [email protected]

เวชศาสตร์ชะลอวัย

Idebenone นวัตกรรมใหม่ของสารต้านอนุมูลอิสระ(Super -Antioxidants)

Ageing-Successfully

Idebenone คือสิ่งคิดค้นที่เป็นนวัตกรรมใหม่ของสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ทรงประสิทธิภาพจนได้รับการขนานนามว่าเป็น Super -Antioxidants Idebenone เป็นสารอนุพันธุ์ที่พัฒนามาจาก สาร Co-enzyme Q10 ซึ่งเรารู้จักกันดี แต่เดิมเราทราบว่า Coenzyme Q10 (Ubiquinone) เป็นสารที่พบในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต คือ พืช สัตว์ และในผิวหนังของคนเรา ซึ่งเป็นพลังงานพื้นฐานของเซลล์ Q10 ถูกพบมากในอวัยวะที่ต้องการพลังงานสูง ซึ่งจะมีจำนวนไมโตคอนเดรีย (Mitochondrial) มาก เช่น หัวใจ ตับ กล้ามเนื้อ สมอง มีลักษณะคล้ายวิตามินอีและวิตามินเค ละลายได้ในไขมัน เป็นสารที่ช่วยในการทำงานของเอ็นไซม์ในร่างกายหลายชนิด (นั่นคือที่มาของชื่อ Co+enzyme) อาทิ CoQ10 ช่วยเพิ่มหรือขับออกซิเจนให้แก่เซลล์เนื้อเยื่อต่างๆ เป็นตัวร่วมในการหายใจระดับเซลล์ที่ใช้ออกซิเจน CoQ10 เป็นส่วนประกอบหนึ่งบนผนังของไมโตคอนเดรีย ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงาน ที่เรียกว่า ATP (Adenosine Triphosphate) ซึ่งเป็นพลังงานพื้นฐานที่สร้างขึ้นโดยโมเลกุลของเซลล์ เพื่อให้เซลล์ทำหน้าที่ต่างๆ ได้ ในทางสุขภาพของผิวพรรณ การทำงานต่างๆของเซลล์หมายถึง การสร้างคอลลาเจน และการทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระด้วย เพราะฉะนั้น CoQ10 ถือว่าเป็นสารที่สำคัญมากสำหรับร่างกาย ซึ่งร่างกายสามารถสร้าง CoQ10 ได้แต่จะลดลงเมื่อมีอายุมากขึ้น ดังนั้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้ CoQ10 จึงได้นำมาเป็นอาหารเสริมสำหรับชะลอวัย และยังใช้ผสมในครีมบำรุงผิว ลดริ้วรอย ต่างๆ

322_3ลักษณะโครงสร้างทางเคมีของสาร Idebenone

Idebenone เป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อเลียนแบบการทำงานของ CoQ10 ทำให้การทำงานต่อผิวหนังจะได้ผลมากกว่า เนื่องจากการทำงานของ CoQ10 ที่มีใน mitochondria ค่อนข้างจำกัด และ Idebenone เป็นตัวช่วยให้การทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังพบว่า Idebenone มีความแตกต่างจากสาร Antioxidants ตัวอื่นๆ เพราะมีขนาดของโมเลกุลเล็กมาก และสามารถละลายได้ทั้งในน้ำและน้ำมัน อีดีบีโนนจึงสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดีกว่าสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่น ทำให้มีประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์มากกว่า ซึ่งจากผลการศึกษาเปรียบเทียบกับวิตามินซี วิตามินอี กรดอัลฟ่าไลโปอิก คิเนติน และโคเอนไซม์คิวเทน ในกลุ่มผู้หญิงอายุ 18 – 72 ปี พบว่าอีดีบีโนนมีประสิทธิภาพเหนือกว่าสารแอนตี้ออกซิแดนท์ทั้ง 5 ตัวข้างบน ด้วยเหตุนี้อีดีบีโนนจึงถูกเรียกว่าเป็น ซูเปอร์แอนตี้ออกซิแดนท์ ดังกล่าวข้างต้น

322_4การนำสาร Idebenone มาผสมในครีมบำรุงผิว เพื่อชะลอวัยในอนาคต

อีดีบีโนนได้ถูกนำมาเปิดเผยครั้งแรกในด้านการฟื้นฟูสภาพผิว ในงานการประชุมประจำปี ของสถาบันโรคผิวหนังอเมริกา ปี 2004 โดยทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในที่ประชุม หลังจากถูกเปรียบเทียบกับสารต้านอนุมูลอิสระ 5 ชนิด ที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง และถูกแสดงให้เห็นว่า อีดีบีโนนมีประสิทธิภาพโดดเด่นกว่าสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ โดยใช้ค่า EPF (Environment Protection Factor) หรือ ค่าการปกป้องผิวจากสภาพแวดล้อม เป็นตัวเปรียบเทียบประสิทธิภาพของสาร Antioxidants ซึ่งได้ทำการทดสอบ 6 ตัว ดังตารางนี้ ซึ่งดูได้จากตารางการเปรียบเทียบข้างล่าง

Test
Idebenone
CoQ10
Vitamin E
Vitamin C
Kinetin
Lipoic Acid
Sunburn Cell Assay
20
6
16
0
11
5
Photochemiluminescence
20
15
20
20
10
5
Primary Oxidative Products
16
5
10
3
20
4
Secondary Oxidative Products
19
12
17
12
10
20
UVB-Irradiated Keratinocytes
20
17
17
17
17
7
Total Points
95
55
80
52
68
41

ที่มา : Paper presented by DiNardo Joshep C., Lewis Joseph A. II, Neudecker , Birgit A. MD , Bekyarov Dimitar MD , Wieland Eberhard MD , Maibach Howard I. MD at Annual Meeting of the American Academy of Dermatology ; February 6-11 ,2004 ; Washington , DC.

จากผลการทดลองในตารางดังกล่าว จึงเป็นที่มาของการขนานนาม Idebenone เป็น Super -Antioxidants ที่ได้ผลดีกว่า และมากกว่า Coenzyme Q10 ถึง 40 เท่า

322_5

Idebenone

ตัวอย่าง Idebenone ที่ผลิตออกมาในรูปของอาหารเสริม

สารอีดีบีโนนเดิมเป็นสารสังเคราะห์ที่ใช้ผสมในยา เพื่อรักษาอาการของโรคอัลไซเมอร์ ปัจจุบันได้มีการนำมาผลิตในรูปยาเม็ด เพื่อเป็นอาหารเสริม ต้านภาวะความชรา (Antiaging Products) และยังใช้ในการบำรุงสมอง เนื่องจากสามารถเพิ่มระดับสารที่กระตุ้นความแข็งแรงของเส้นประสาทและ สารหุ้มเส้นประสาท (ไมอีลิน) จึงป้องกันโรคสมองเสื่อมในคนชราได้ จึงมีคนพูดว่า Idebenone นี้เอง คือยาอายุวัฒนะตัวใหม่ ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง จึงได้มีการผลิตออกมาในรูปของอาหารเสริม (ยารับประทาน) โดยมีขนาดรับประทาน คือวันละ 30-150 มก.ต่อวัน ทางการแพทย์ยังพบอีกว่าจะสามารถช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียงแค่ 6 สัปดาห์เท่านั้นเอง อีกทั้งยังเหมาะกับทุกสภาพผิวอีกด้วย

สรุปสำหรับอีดีบีโนน แบบรับประทาน ในปัจจุบันมีข้อบ่งชี้ในการใช้ ดังนี้ :

  1. ใช้รักษาภาวะ ความผิดปกติของสมองจากระบบหลอดเลือด ( vascular cerebral pathology )
  2. ภาวะสมองเสื่อมตามอายุ ( degenerative cerebral pathology ) ได้แก่ ภาวะความจำเสื่อม การรับรู้ที่ผิดปกติ การพูด ความสนใจผิดปกติ หรือ ความผิดปกติทางสมองที่แสดงออกทางการเคลื่อนไหวของร่างกาย ( psycho-motor activity disorders ) รวมถึง ความผิดปกติด้านอารมณ์
  3. สารต้านอนุมูลอิสระและอาหารเสริมสำหรับภาวะชะลอวัย ( Antiaging Products) เพื่อป้องกันและลดปัญหาริ้วรอย และภาวะเสื่อมตามวัย
  4. ภาวะหลอดเลือดในสมองผิดปกติ ( Cerebral arteriosclerosis)
  5. เส้นเลือดในสมองแตกหรือตีบ (Consequences arising from cerebral infarction or cerebral haemorrhage.)
  6. ความจดจำรับรู้เสื่อม ตามอายุ (Cognitive senile deficit) หรือ กลุ่มโรคสมองเสื่อม ( Multi-coronary dementia)
  7. โรคของหลอดเลือดสมองผิดปกติชนิดเรื้อรัง( Chronic cerebral-vascular disease)
  8. ความจำเสื่อมจากโรคอัลไซม์เมอร์ ( Slight or moderate Alzheimer’s-type dementia)

ผลข้างเคียงของยา 

พบว่าอัตราการเกิดผลข้างเคียง พบได้น้อยมาก โดยทั่วไปก็คล้ายๆ ยารับประทานตัวอื่นๆ ทั่วไป อาทิ การแพ้ยา ระบบอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องเสีย ระบบประสาท เช่น ปวดหัว เวียนหัว นอนไม่หลับ ซึม ระบบเลือด เช่น เม็ดเลือดขาวบางตัวต่ำ ค่าการทำงานของตับสูงขึ้น เป็นต้น ดังนั้นการใช้ยาจึงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์

ส่วน สารอีดีบีโนน ในรูปของเหลวแพทย์ได้นำมาทดสอบประสิทธิภาพการปกป้องอวัยวะก่อนผ่าตัด พบว่าได้ผลดี ต่อมามีการศึกษาเพื่อนำสารตัวนี้มาใช้กับสกินแคร์ หรือครีมบำรุงผิว เพื่อหวังผลในการปกป้อง เซลล์ผิวได้ดีกว่าสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของสารอีดีบีโนน เนื้อครีมจะมีลักษณะเป็นสีส้มตามธรรมชาติ เดิมในช่วงแรกๆ ของการผลิต จะพบว่ามีโอกาสเกิดการแพ้ได้สูง และพบว่าระคายเคืองต่อผิวหน้าพอสมควร แต่ปัจจุบัน ทางเภสัชกรที่เชี่ยวชาญด้านนี้ ได้พัฒนาให้มีคุณภาพมากขึ้น มีความคงตัวสูง และไม่ระคายเคืองผิวอีกต่อไป ดังนั้น จึงถึอว่าเป็นก้าวใหม่ ของวงการความงาม ชะลอวัน ที่มีครีมบำรุงผิวที่ได้ผลดีกว่า CoQ10 แบบเดิมๆ ถึง 40 เท่า และพบว่าเมื่อนำมาผสมกับวิตามินซีเข้มข้น จะได้ผลดีในการลดริ้วรอยเหี่ยวย่น กระชับรูขุมขน ทำให้ผิวหน้าเนียนขาวใสได้อย่างเป็นธรรมชาติ

สรุปว่า Idebenone เจ้าสารตัวนี้มีประโยชน์ครับ ใช้เป็นตัวเลือกสำหรับสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีตัวหนึ่งครับ ซึ่งกำลังมาแรงมากในต่างประเทศ ได้มีการแนะนำให้รับประทานในกลุ่มผู้ที่ต้องการชะลอวัย ต่อต้านความชราและฟื้นฟูสภาวะเสื่อมต่างๆ ของร่างกาย ส่วนใหญ่จะใช้รูปแบบการรับประทาน (สำหรับกลุ่มอายุมากกว่า 40 ปี หรือผู้ที่ต้องการป้องกันไว้ก่อน) ส่วนในรูปแบบของครีมบำรุงผิว ( Skin Care ) ยังต้องพัฒนาอีกระยะหนึ่ง เพื่อให้ ประสิทธิภาพคงตัว ทั้งในลักษณะทางกายภาพและผลข้างเคียง (การแพ้ง่ายและระคายเคืองผิว )

เรียบเรียงและค้นคว้าโดย นพ.จรัสพล รินทระ
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด……….25 October,2007

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่