Hyaluronic Acid (HA) ฟิลเลอร์ที่ปลอดภัย แต่ต้องเลือกที่ผ่านอย. - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : [email protected]

เวชศาสตร์ความงาม

Hyaluronic Acid (HA) ฟิลเลอร์ที่ปลอดภัย แต่ต้องเลือกที่ผ่านอย.

filler1

การฉีดสารเติมเต็มเข้าผิวหนัง (Filler Agents) มีมาช้านานแล้วในประเทศไทย เพื่อนำมาแก้ไขความบกพร่องของผิวหน้า เช่น นำมาฉีดเสริมจมูก เสริมคาง เสริมร่องแก้ม ปรับรูปหน้า เติมรอยหลุม ฯลฯ สารที่ใช้ก็มีทั้งที่ถูกกฏหมาย เช่น กลุ่มคอลลาเจน และกลุ่มที่ผิดกฏหมาย เช่น ซิลิโคนเหลว ในบทความนี้ จะกล่าวถึงสารเติมเต็มเข้าผิวหนัง (Filler Agents) ที่ได้รับการยอมรับทางการแพทย์และผ่านการรับรอง FDA ของอเมริกา และอย.ในประเทศไทย ว่าปลอดภัย ไม่แพ้ นั่นคือ Hyaluronic acid (HA) หรือ Hyaluran

restylane

Hyaluronic acid (HA)หรือ Hyaluran คือ สารกลุ่ม Glucoaminoglycans หรือสารประกอบน้ำตาลเชิงซ้อน ที่มาเรียงต่อกันเป็นสาย ซึ่งปกติแล้วเป็นส่วนประกอบของผิวหนังของคนเราตามธรรมชาติอยู่แล้ว มีคุณสมบัติในการดึงดูดน้ำ ทำให้ผิวหนังอิ่มเอิบ ยืดหยุ่นชุ่มชื่น Hyaluronic acid เป็นสารธรรมชาติที่สกัดจนได้สารที่เหมือนสาร ในร่างกายมนุษย์ โ
ข้อบ่งชี้ในการฉีดสารเติมเต็มในปัจจุบัน

hyalu

botox3

> 1. ฉีดเสริมจมูก : การเสริมจมูกในเมืองไทย จัดเป็นค่านิยมทางศัลยกรรมตกแต่ง อันดับต้นๆ โดยพบว่าการเสริมจมูกในยุคแรกจะใช้วิธีผ่าตัด ซึ่งมีหลากหลายวิธี ซึ่งมีทั้งข้อดีตรงที่อยู่นานถาวร แต่ข้อเสียก็คืออาจจะดูไม่ธรรมชาติ หรือถ้าดูธรรมชาติก็อาจจะแพงมาก บางคลินิกหลายแสนบาทก็มี และต้องระวังเบี้ยวเอียง  ต่อมาได้มี การพัฒนาแนวการเสริมจมูกแบบใหม่ ที่ไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งก็คือการฉีดเสริมจมูกด้วยฟิลเลอร์ โดยในปัจจุบันแพทย์นิยมฉีดด้วย สารกลุ่ม HA  เพราะปลอดภัยและส่วนใหญ่จะผ่านอย การเลือกจะเลือกที่มีโมเลกุลของสาร HA ที่มีขนาดใหญ่ เพราะจะมีความคงตัว ไม่ไหล และอยู่ได้นาน 12-18 เดือนและใช้ปริมาณน้อยกว่าที่มีขนาดโมเลกุลเล็ก มีการยุบตัวน้อย  อยู่คงที่ไม่ไหลเอียงเหมือนซิลิโคนเหลว ดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัยกว่าสารตัวอื่นๆ ความพึงพอใจของคนไข้มากกว่าสารตัวอื่นๆ311_5 (1)
> 2. ฉีดเสริมคาง : เริ่มมีการนำมาฉีดมากขึ้น เพราะไม่เกิดรอยแผลผ่าตัด หลังฉีดสามารถทำงานได้เลย ไม่ต้องพักรักษาตัว คนไข้สามารถรับรู้ผลการฉีดทันทีว่าพึงพอใจหรือยัง จะเติมปริมาณมากน้อยแค่ไหน เพราะขณะที่ทำคนไข้จะรู้สึกตัวตลอดเวลา

Chin_implant
> 3. ฉีดเติมริ้วรอยเหี่ยวย่นเล็กๆ : จัดเป็นสารที่นำมาฉีดเติมริ้วรอยให้ตื้นขึ้น มักจะใช้เสริมหลังการฉีดสาร Botox เนื่องจากว่า Botox จะแก้ได้เฉพาะริ้วรอยลึกๆ เช่นที่ หัวคิ้ว หน้าผาก หรือตีนกา แต่ในกรณีริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา ไม่สามารถฉีด Botox ได้เนื่องจากว่าอาจจะมีผลต่อกล้ามเนื้อตา

Made Collagen
> 4. ฉีดเติมร่องแก้ม ฉีดแก้มให้เต็ม ฉีดเติมขมับ ฉีดขอบตาลึกให้เต็มขึ้น : จัดว่าเป็นหัตถการที่ถือว่าได้ผล และปลอดภัยกว่าวิธีอื่นๆ เพราะเลือกปริมาณและรูปแบบตามต้องการได้

Filler NB
> 5. ฉีดรอยหลุมสิวให้เต็ม : การฉีดหลุมสิว ได้ผลดีเฉพาะหลุมสิวแบบรีดแล้วเรียบ (Rolling Scar) และมีปริมาณไม่มากนัก สำหรับรอยหลุมแบบจิก หรือแบบที่มีพังผืดเกาะใต้ฐาน หลุมสิว ได้ผลไม่ดีนัก เพราะอาจจะทำให้เกิดก้อนแข็งข้างหลุมสิวแทน
> 6. ฉีดบริเวณอื่นๆ ที่ต้องการแก้ไข : แพทย์จะพิจารณาเป็นรายๆ ไป เช่น การฉีดเติมริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม

ขั้นตอนการฉีดสารเติมเต็ม

  1. ทำความสะอาดบริเวณที่ต้องการจะฉีด แล้วทายาชาทิ้งไว้ 30-45 นาที
  2. ทำความสะอาดอีกครั้ง แล้วกำหนดตำแหน่งและบริเวณที่ต้องการ ด้วยพู่กันสี หรือดินสอสีให้ชัดเจน
  3. ฉีดเติมสารเติมเต็มในบริเวณดังกล่าว อาจจะรู้สึกเจ็บบ้าง ในกรณีที่ตำแหน่งที่ลึกลงไป หรือใช้ปริมาณมากในการฉีด
  4. หลังฉีด สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้เลย ไม่ต้องพักฟื้น อาจจะมีรอยเข็ม หรือรอยจ้ำเลือดเล็กๆ บ้าง แต่ใช้เวลา 2-3 วันก็หายเป็นปกติ

ปัจจุบันนี้ สารกลุ่ม HA ได้เข้ามาในเมืองไทย หลากหลายยี่ห้อ และก็ผ่าน อย.แล้วเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีอีกมากที่นำเข้าแบบไม่ผ่าน อย.ดังนั้นท่านที่จะตัดสินใจที่จะฉีดฟิลเลอร์ นอกจากจะเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญแล้ว ควรพิจารณาเลือกสาร HA ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ผ่าน อย. ส่วนฟิลเลอร์ชนิดอื่นๆ ไม่แนะนำให้ฉีด เพราะถ้าไม่พอใจ ไม่สามารถจะฉีดสลายได้ ต้องผ่าตัดขูดออกหรือรอให้สลายไปเอง แต่สาร HA ถ้าฉีดแล้วไม่พอใจ ต้องการให้สลายเร็วกว่ากำหนด ปัจจุบันก็มีสาร Hyaluronidase ที่สามารถฉีดให้สลายหมดได้ โดยฉีดเพียง 1-2 ครั้ง ห่างกัน 1 อาทิตย์ เพียง 1-2 อาทิตย์ สาร HA ก็สลายไปหมด อนึ่ง ผลการรักษา ด้วยการสารฉีดเติมเต็ม จะได้ผลสวยงาม เป็นที่พอใจ ไม่มีผลข้างเคียง  ปัจจัยหลัก ก็คือประสบการณ์ของแพทย์ที่ทำ และุคณภาพของฟิลเลอร์และชนิดที่เลือกใช้ที่เหมาะสม

เรียบเรียงและค้นคว้าโดย นพ.จรัสพล รินทระ
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด……….11 Ocotber,2013

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่