| [หน้าที่]
1
[2]
[3]
[4]
[5]
[6]
|
| รหัสบทความที่ # [ 310 ] |
| บทความเรื่อง # Hyaluronic Acid (Restylane,Perlane,etc.) สารเติมเต็มอันดับหนึ่งของโลก ผ่านอย.ทุกประเทศ |
 |
ในแวดวงความงามในปัจจุบัน ได้มีการบัญญัติศัพท์ทางการแพทย์ขึ้นมาใหม่อีกคำคือ "ศัลยศาตร์ผิวพรรณ" เพราะในเวลาไม่ถึง
|
ิบปีที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนาแนว
ทางการรักษาผิวหน้า รูปแบบใหม่มากมาย ที่ไม่ต้องอาศัยการทำศัลยกรรมหรือผ่าตัด ซึ่งพบว่าทำให้ลดผลข้างเคียงจากการผ่าตัด แล้วยังได้ผลเร็ว ไม่ต้องพักฟื้น หัตถการที่
อยู่ในแนวความคิดนี้ ก็ได้แก่ ไอออนโต โฟโน กรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี IPL เลเซอร์(บางชนิด) RF และการฉีดสารเติมเต็มเข้าผิวหนัง (Filler Agents) ฯลฯ
การฉีดสารเติมเต็มเข้าผิวหนัง (Filler Agents) มีมาช้านานแล้วในประเทศไทย เพื่อนำมาแก้ไขความบกพร่องของผิวหน้า เช่น นำมาฉีดเสริมจมูก เสริมคาง
เสริมร่องแก้ม ปรับรูปหน้า เติมรอยหลุม ฯลฯ สารที่ใช้ก็มีทั้งที่ถูกกฏหมาย เช่น กลุ่มคอลลาเจน และกลุ่มที่ผิดกฏหมาย เช่น ซิลิโคนเหลว ในบทความนี้
จะกล่าวถึงสารเติมเต็มเข้าผิวหนัง (Filler Agents) ที่ได้รับการยอมรับทางการแพทย์และผ่านการรับรอง FDA ของอเมริกา และอย.ในประเทศไทย ว่าปลอดภัย ไม่แพ้
นั่นคือ Hyaluronic acid (HA) หรือ Hyaluran
Hyaluronic acid (HA)หรือ Hyaluran คือ สารกลุ่ม Glucoaminoglycans หรือสารประกอบน้ำตาลเชิงซ้อน ที่มาเรียงต่อกันเป็นสาย ซึ่งปกติแล้วเป็นส่วนประกอบของผิวหนังของคนเราตามธรรมชาติอยู่แล้ว มีคุณสมบัติในการดึงดูดน้ำ ทำให้ผิวหนังอิ่มเอิบ ยืดหยุ่นชุ่มชื่น
Hyaluronic acid เป็นสารธรรมชาติที่สกัดจนได้สารที่เหมือนสาร
ในร่างกายมนุษย์ โดยในกลุ่มนี้มีสาร 2 ชนิด ที่มีการนำเข้ามาใช้ในประเทศไทย ได้แก่
1. B1 Hyaform gel (Bio Matrix , me, Ridgefield, NJ) จัดเป็นสาร HA กลุ่มแรกที่ผลิต โดยเป็นสารสกัดมาจากหงอนไก่ ด้วยเทคนิค
Classical cross-link ในกลุ่มนี้จะมีสารที่ผลิตมาใช้ฉีด หลายยี่ห้อ เช่น Hyaform fineline, Hyaform, Hyaform plus โดยมีความเข้มข้นประมาณ 6 มก./ซีซี สามารถนำมาใช้ลดริ้วรอยใต้ตา,
ร่องแก้ม และร่องลึกของบริเวณใบหน้า โดยที่ Hyalorm fineline ใช้สำหรับฉีดใต้ตา กลุ่ม Hyaform จะมีอายุนานประมาณ 4-6 เดือน หลังจากนั้นจะสูญสลายไป ต้องฉีดซ้ำ
ใช้สำหรับฉีดร่องลึก
2.B2 Restylane (Q Med, Uppsala, Sweden) เป็นสารเติมเต็มตัวแรกที่ไม่ได้สกัดมาจากสัตว์ (Non-Animal Stabilized Hyarulonic Acid=NASHA)
แต่สกัดมาจาก น้ำตาลที่ถูกย่อยโดยแบคทีเรียสเตรปโตคอคคัส ด้วยเทคนิค Classical cross-link แบบ Minimal stabilizer ได้เป็นสาร Hyarulan Restlane มีความเข้มข้นสูงกว่า Hyaform
โดยมีความเข้มข้น 20 มก./ซีซี
ในปี ค.ศ. 2003 จึงได้มีการคินค้นกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นสารที่ สังเคราะห์ขึ้นเพื่อทดแทนคอลลาเจนในผิวที่เริ่มสูญเสีย
ลงตามวัยโดยสารตัวนี้จะช่วยโอบอุ้มน้ำในผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้นและกระชับขึ้นซึ่งชนิดที่ได้รับความนิยมคือ กลุ่ม Restylane ซึ่งปัจจุบันถือว่าสารเติมเต็มของตระกูลนี้ ได้รับความนิยมสูงสุด ทั้งในยุโรปและอเมริกา รวมทั้งในประเทศไทย เพราะเป็นยี่ห้อเดียวที่ผ่าน อย.ในเมืองไทยแล้ว
ซึ่งปัจจุบัน สารกลุ่ม Restylane ได้มีการพัฒนาให้มีหลายรุ่นและหลายประเภทขึ้น เพื่อให้เหมาะกับการใช้งาน และรุ่นหลังๆ ก็มีการพัฒนาให้มีอายุให้นานขึ้น ดังนี้
1. Restylane : ตัวดั้งเดิม เหมาะสำหรับการฉีดเติมจมูก-รอยหลุม--ขมับ มีอายุอยู่ได้ 4-6 เดือน
2. Restylane Touch : เหมาะกับสำหรับเติมร่องตาลึกให้เต็ม ลดรอยดำคล้ำรอบดวงตา อยู่ได้ประมาณ 1 ปี
3. Perlane : เหมาะกับสำหรับเติมคาง เสริมจมูก ร่องแก้ม อยู่ได้ประมาณ 10-12 เดือน
4. Restylane Lipp: เหมาะกับสำหรับเติมริมฝีปากให้อวบอิ่ม อยู่ได้ประมาณ 1 ปี
5. Restylane Subcutaneous: เหมาะกับสำหรับเติมโหนกแก้ม ยกกระชับผิวหน้าให้เต่งตึง อยู่ได้ประมาณ 1 ปี
หลังฉีดให้สัมผัสเหมือนผิวหนังตามธรรมชาติ ไม่แข็งเกินไป ดูรายละเอียดค่าใช้จ่ายได้ที่นี่ http://www.clinicneo.co.th/2007/newservice/service9.htm
ข้อบ่งชี้ในการฉีดสารเติมเต็มในปัจจุบัน
> 1. ฉีดเสริมจมูก : การเสริมจมูกในเมืองไทย จัดเป็นค่านิยมทางศัลยกรรมตกแต่ง อันดับต้นๆ โดยพบว่าการเสริมจมูกในยุคแรกจะใช้วิธีผ่าตัด ซึ่งมีหลากหลายวิธี
ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งทางผู้เขียนได้เขียนบทความรายละเอียดไว้แล้วที่นี่ http://www.clinicneo.co.th/2007/detailcolumn.php?grp=9&&col_id=200 ต่อมาได้มี
การพัฒนาแนวการเสริมจมูกแบบใหม่ ที่ไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งทางผู้เขียนได้เขียนบทความรายละเอียดไว้แล้วที่นี่
http://www.clinicneo.co.th/2007/detailcolumn.php?grp=9&&col_id=199 แต่ในปัจจุบันแพทย์นิยมฉีดด้วย สาร Restylane มากกว่ากลุ่มอื่นๆ เพราะใช้ปริมาณน้อยกว่า
ฉีดง่ายกว่า การยุบตัวน้อยกว่า อยู่คงที่ไม่ไหลเอียงเหมือนซิลิโคนเหลว ดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัยกว่าสารตัวอื่นๆ ความพึงพอใจของคนไข้มากกว่าสารตัวอื่นๆ
> 2. ฉีดเสริมคาง : เริ่มมีการนำมาฉีดมากขึ้น เพราะไม่เกิดรอยแผลผ่าตัด หลังฉีดสามารถทำงานได้เลย ไม่ต้องพักรักษาตัว คนไข้สามารถรับรู้ผลการฉีดทันทีว่าพึงพอใจหรือยัง
จะเติมปริมาณมากน้อยแค่ไหน เพราะขณะที่ทำคนไข้จะรู้สึกตัวตลอดเวลา
> 3. ฉีดเติมริ้วรอยเหี่ยวย่นเล็กๆ : จัดเป็นสารที่นำมาฉีดเติมริ้วรอยให้ตื้นขึ้น มักจะใช้เสริมหลังการฉีดสาร Botox เนื่องจากว่า Botox จะแก้ได้เฉพาะริ้วรอยลึกๆ เช่นที่ หัวคิ้ว หน้าผาก หรือตีนกา
แต่ในกรณีริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา ไม่สามารถฉีด Botox ได้เนื่องจากว่าอาจจะมีผลต่อกล้ามเนื้อตา
> 4. ฉีดเติมร่องแก้ม ฉีดแก้มให้เต็ม ฉีดเติมขมับ ฉีดขอบตาลึกให้เต็มขึ้น : จัดว่าเป็นหัตถการที่ถือว่าได้ผล และปลอดภัยกว่าวิธีอื่นๆ เพราะเลือกปริมาณและรูปแบบตามต้องการได้
> 5. ฉีดรอยหลุมสิวให้เต็ม : การฉีดหลุมสิว ได้ผลดีเฉพาะหลุมสิวแบบรีดแล้วเรียบ (Rolling Scar) และมีปริมาณไม่มากนัก สำหรับรอยหลุมแบบจิก หรือแบบที่มีพังผืดเกาะใต้ฐาน
หลุมสิว ได้ผลไม่ดีนัก เพราะอาจจะทำให้เกิดก้อนแข็งข้างหลุมสิวแทน
> 6. ฉีดบริเวณอื่นๆ ที่ต้องการแก้ไข : แพทย์จะพิจารณาเป็นรายๆ ไป เช่น การฉีดเติมริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม
ขั้นตอนการฉีดสารเติมเต็ม
1. ทำความสะอาดบริเวณที่ต้องการจะฉีด แล้วทายาชาทิ้งไว้ 30-45 นาที
2. ทำความสะอาดอีกครั้ง แล้วกำหนดตำแหน่งและบริเวณที่ต้องการ ด้วยพู่กันสี หรือดินสอสีให้ชัดเจน
3. ฉีดเติมสารเติมเต็มในบริเวณดังกล่าว อาจจะรู้สึกเจ็บบ้าง ในกรณีที่ตำแหน่งที่ลึกลงไป หรือใช้ปริมาณมากในการฉีด
4. หลังฉีด สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้เลย ไม่ต้องพักฟื้น อาจจะมีรอยเข็ม หรือรอยจ้ำเลือดเล็กๆ บ้าง แต่ใช้เวลา 2-3 วันก็หายเป็นปกติ
เนื่องจากว่าสาร Restylane เป็นสารเติมเต็มแบบ Non-Animal Stabilized Hyarulonic Acid=NASHA ตัวแรก และเป็นสารเติมเต็มตัวเดียวในปัจจุบัน ที่ได้ผ่านอย. เรียบร้อยแล้ว จึงทำให้แพทย์นิยมใช้มากกว่าสารชนิดอื่นๆ เพราะไม่ต้องกังวล
เรื่องการแพ้ เหมือนสารเติมเต็มที่สกัดจากสัตว์ เช่น คอลลาเจน และมีความคงตัว มีอายุอยู่ได้นานกว่า Hyalaform คือ อยู่ได้ 6-12 เดือน(แล้วแต่ตำแหน่งที่ฉีด) เมื่อไม่พอใจผลการรักษา
ก็แก้ไขใหม่ได้ หลังจากสารได้สลายตัวเองไปตามธรรมชาติ แต่ถ้าต้องการให้สลายเร็วกว่ากำหนด ปัจจุบันก็มีสาร Hyaluronidase ที่สามารถฉีดให้สลายหมดได้ โดยฉีดเพียง 1-2 ครั้ง ห่างกัน 1 อาทิตย์ เพียง 1-2 อาทิตย์ สาร HA ก็สลายไปหมด
อนึ่ง ผลการรักษา ด้วยการสารฉีดเติมเต็ม จะได้ผลสวยงาม เป็นที่พอใจหรือก็ ปัจจัยหลัก ก็คือประสบการณ์ของแพทย์ที่ทำ ถ้ามีความชำนาญ ก็แทบจะได้ผลดี และพอใจทุกราย สำหรับค่าใช้จ่ายก็แตกต่างกันแล้วแต่ละคลินิกหรือรพ. แต่โดยเฉลี่ยจะประมาณ 18,000 บาทต่อ 1 หลอด ( 1 ซีซี)
เรียบเรียงและค้นคว้าโดย นพ.จรัสพล รินทระ
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด..........3 April,2009
|
|
|
|
ตัวอย่างภาพประกอบ
|

-
|

ภาพประกอบก่อน-หลังการฉีดสาร Perlane เสริมจมูก
|

ภาพประกอบก่อน-หลังการฉีดสาร Restylane ในบริเวณต่างๆ
|
คะแนนจากการโหวต
: 23028 คะแนน |
จำนวนผู้โหวต
: 21609 คน |
|
ขอเวลาเป๊ป.......หนึ๊ง!!!!
โหวตให้หน่อยน๊า............. |
|
|
|
|
|
| [หน้าที่]
1 [2] [3] [4] [5] [6] |
|
 |
|
|
| |
 |
ท่านต้องการให้คลินิกนีโอ ปรับปรุงด้านใดบ้าง
|
|
|
|
|
|
|
 |
| |
|
การให้ข้อมูลทางโทรศัพท์ให้ชัดเจน
การให้บริการตามคิวที่นัดล่วงหน้า
การปรับปรุงด้านราคา
การให้ข้อมูลทางเวบไซต์ให้มากขึ้น
การบริการหลังการขาย
|
|
|
| |
|
|