ประวัติความเป็นมาของการฉีด Botox - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : [email protected]

เวชศาสตร์ความงาม

ประวัติความเป็นมาของการฉีด Botox

botox

 

ที่มาและการค้นพบ botulinum toxin
Botulinum toxin เกิดขึ้นในยุคสมัยของสงครามนโปเลียน ตั้งแต่ พ.ศ. 2338 ถึง 2356 เนื่องจากการค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างไขมัน ไส้กรอก และอาการป่วยเป็นอัมพาตโดย Justinus Kerner นักสาธารณสุขอายุ 29 ปี ผลจากการสังเกตครั้งนั้นนับเป็นหลักฐานสำคัญทางด้านระบาดวิทยาของโรค Botulism ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษาละตินคือ botulus แปลว่าไส้กรอก
botulinum toxin กับประโยชน์ทางการแพทย์

Botox กับประโยชน์ทางการแพทย์
ในปี 1980 หลังจากที่มีการริเริ่มทดลองในสัตว์มาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1960 ก็มีการใช้ botulinum toxin กับมนุษย์เป็นครั้งแรก ในการรักษาอาการตาเหล่ (strabismus: crossed eyes) และตาปิดเกร็ง (การกะพริบตาที่ไม่สามารถควบคุมได้: blepharospasm) ต่อมาในปี 1993 ได้มีการใช้ botulinum toxin ในการรักษาอาการหดเกร็งของหูรูดปลายล่างของหลอดอาหาร (achalasia: a spasm of the lower esophageal sphincter) โดย Pasricha และคณะ ต่อมาอีกปีหนึ่ง Bushara และ Park ก็พบว่า botulinum toxin มีความสามารถในการยับยั้งการหลั่งของเหงื่อได้
อาการตาเหล่ และตาปิดเกร็ง
ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1980 นักจักษุวิทยาตามมาหวิทยาลัยหลายแห่งในสหรัฐฯ และแคนาดา เริ่มศึกษาถึงความสามารถในการรักษาอาการอาการตาเหล่ และตาปิดเกร็งของ botulinum toxin จนกระทั่งปี 1985 จึงสามารถระบุขนาดการใช้ และวิธีการฉีดได้ชัดเจน การรักษาอาการตาเหล่ และตาปิดเกร็งด้วย botulinum toxin หากทำอย่างถูกต้อง จะมีผลข้างเคียงน้อยมากและไม่เป็นอันตราย อย่างไรก็ตาม ผลของการรักษาจะอยู่ได้เพียง 4–6 เดือน
ในปี 1989 บริษัทผู้ผลิต botulinum toxin: Allergan, Inc. (ภายใต้ชื่อ Botox) ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (U.S. FDA) เพื่อผลิต botulinum toxin สำหรับรักษาอาการตาเหล่ ตาปิดเกร็งและอาการเกร็งครึ่งใบหน้าสำหรับผู้ป่วยที่มีอายุเกิน 12 ปี
การหดเกร็งของกล้ามเนื้อ
สืบเนื่องจากความสำเร็จในการรักษาอาการตาเหล่ และตาปิดเกร็งนี่เอง ที่ทำให้เกิดการศึกษาความสามารถและขนาดของ botulinum toxin ที่จะใช้รักษาอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ (spasm) ซึ่งกำลังเริ่มเป็นที่ยอมรับในหลายๆ ประเทศ
upper motor neuron syndrome
ในปัจจุบัน botulinum toxin เป็นสารที่ใช้เยียวยาอาการที่เกิดจาก upper motor neuron syndrome (อาการที่เกิดจากกล้ามเนื้อไม่สามารถคลายตัวได้เต็มที่ เป็นการจำกัดการเคลื่อนไหวของข้อต่อนั้น) เนื่องจากอาการเหล่านี้เกิดจากการหดตัวที่มากเกินไปของกล้ามเนื้อ คล้ายกับการหดเกร็ง (spasm) การฉีด botulinum toxin จะทำให้กล้ามเนื้อนั้นหดตัวน้อยลง ทำให้ข้อต่อใช้การได้มากขึ้น กรณีที่น่าสนใจกรณีหนึ่งคือกรณีของชายออสเตรเลียคนหนึ่ง ในปี 2009 ซึ่งต้องอยู่บนรถเข็นเป็นเวลากว่า 20 ปี จนกระทั่งได้รับการรักษาด้วย botulinum toxin จนเดินได้อีกครั้ง
ยับยั้งการเกิดเหงื่อ
การทดลองของ Khalaf Bushara และ David Park ในปี 1993 เกี่ยวกับสมบัติในการยับยั้งการหลั่งเหงื่อของ botulinum toxin นับเป็นการนำสารนี้ไปใช้ในด้านที่ไมม่ได้เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อเป็นครั้ง แรก จากการศึกษานี้ ทำให้ botulinum toxin เป็นตัวเลือกหนึ่งในการเยียวยาอาการเหงื่อออกมากเกิน (hyperhidrolysis) โดยเฉพาะบริเวณรักแร้

botulinum toxin กับประโยชน์ทางด้านความงาม
ใน ปี ค.ศ. 1987 Dr. Jean Carruthers ซึ่งเป็นศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมพลาสติก ได้ไปเยี่ยมเยียนห้องปฏิบัติการของ Scott โดยสามีของเธอ Dr. J. Alastair Carruthers ซึ่งเป็นแพทย์โรคผิวหนัง ได้พบว่าเมื่อใช้สารพิษตัวนี้ ในการรักษาอาการตากระตุก แล้วจะเกิดผลข้างเคียงทำให้รอยย่นจากการขมวดคิ้วจางลง จึงเป็นสาเหตุให้ทั้ง 2 คนทำการศึกษาผลของ botulinum toxin ในแง่ที่เกี่ยวกับความสวยความงาม และตีพิมพ์รายงานครั้งแรกในปี ค.ศ. 1992  จากผลการตีพิมพ์ดังกล่าว ทำให้แพทย์ได้เริ่มต้นฉีดโบทอกซ์กับวงการความงาม มากขึ้นเรื่อยๆ และได้เริ่มนำเข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทย ประมาณปีค.ศ  1999-2000 โดยนำมาฉีดลดริ้วรอยเหี่ยวย่น ตีนกา ก่อนเป็นอันดับแรก   ซึ่งผู้เขียนก็เป็น 1 ในทีมแพทย์ไม่กี่คน ที่ถือได้ว่าเป็นคนแรกๆ ในการฉีดสารโบทอกซ์ในเมืองไทย โดยผู้เขียนได้เริ่มฉีดโบทอกซ์ในปลายปี 1999 นั่นเอง จากการประชุมครั้งแรกของบริษัท Allergan (คลินิกนีโอ เปิดครั้งแรกในปี 1998 ในชื่อจรัสพลคลินิก ที่สะพานควาย)

botox_before_after_2

สาร Botox คืออะไร :   เป็นสาร  Botulinum toxin ชนิด A ซึ่งเป็นผงปราศเชื้อของ แบคทีเรีย Clostridium botulinum Hall strain ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรีย กลุ่มเดียวกับเชื้อที่ทำให้เกิดบาดทะยัก แล้วนำมาผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ ก่อนใช้จะนำมาผสมกับน้ำเกลือ ก่อนฉีดเข้าสู่กล้ามเนื้อที่ต้องการแก้ไข

Botox-brand
กลไกการออกฤทธิ์ของสารโบท็อกซ์ จะไปยับยั้งการสื่อสารระหว่างเซลประสาทและกล้ามเนื้อ เนื่องจากในภาวะปกติ กล้ามเนื้อจะทำงาน เคลื่อนไหว หรือ หดตัว ต้องอาศัยการสั่งงานจากเซลประสาท โดยอาศัยสารคัดหลั่ง Acetylcholine ดังนั้นเมื่อฉีด Botox จะทำให้ยับยั้งการหลั่งสาร Acetylcholine ดังนั้นกล้ามเนื้อจะขาดการรับรู้การเซลล์ประสาท จึงไม่เกิดการหดตัว เกร็ง

botox mechanism

ดังนั้น การฉีดโบทอกซ์ในยุคแรกๆ ก็เพื่อ การแก้ไขริ้วรอยเหี่ยวย่น ที่มีสาเหตุจากการหดเกร็งตัวของกล้ามเนื้อมากกว่าปกติ เช่นรอยย่นจากการขมวดคิ้ว ริ้วรอยตีนกาเวลายิ้มหรือหัวเราะ รอยย่นบริเวณหน้าผาก  เมื่อสารโบทอกซ์ออกฤทธิ์ โดยไปยับยั้งมิให้กล้ามเนื้อเหล่านี้ขยับ หรือเคลื่อนไหว จึงเป็นผลให้ริ้วรอยดังกล่าวลดลง หรือหายไป ในระยะประมาณ 5-7 วัน  หลังฉีด และมีฤทธิ์อยู่ได้นาน  ประมาณ 4-6 เดือน ริ้วรอยดังกล่าวก็จะกลับมาปกติ ดังนั้นผู้ที่ทำการรักษาจึงต้องไปฉีดซ้ำอีก

ค่าใช้จ่ายในการฉีด สารโบท็อกซ์ มักจะคิดตามปริมาณยูนิตที่ใช้ ปกติจะประมาณ 125 -250 บาท ต่อยูนิต ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละคลินิก เพราะต้นทุนของยา จากบริษัทยา ขวดละ 10,000 กว่าบาท บรรจุ 100 ยูนิต เมื่อเปิดใช้ ไม่สามารถเก็บได้นานเกิน 1 สัปดาห์ ประสิทธิภาพของยาจะเสื่อมลง ดังนั้นบางคลินิก จึงใช้วิธีรวบรวมคนไข้ แล้วนัดมาฉีดพร้อมกัน ที่เรียกว่า Botox Party เพื่อเป็นการลดการสิ้นเปลือง กรณีที่ฉีดโบทอกซ์ไม่หมด   หรือบางคลินิกก็จะชี้ชวนให้คนไข้ฉีดเหมาขวด เพราะจะได้ลดต้นทุนของคลินิกเอง กรณีที่ฉีดโบทอกซ์ยังไม่หมดขวดใน 1 อาทิตย์

ข้อควรระวังในการฉีดสารโบท็อกซ์

– งดกินยาแก้ปวดจำพวกแอสไพริน หรือยากลุ่มNsaid ยาลดเกร็ดเลือดก่อน อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันเลือกออก
– การประคบด้วยความเย็น ตรงตำแหน่งที่ฉีด ก่อนและหลังการฉีด เพื่อลดอาการปวดหรือรอยช้ำจ้ำเลือด
– ไม่ใช้ร่วมกับการกินยาปฏิชีวนะ กลุ่ม Aminoglycoside เช่น Kanamycin Amikacin ฯลฯ
– ห้ามนวดคลึงบริเวณที่ฉีด
– ควรเลี่ยงการทำทรีทเม้นต์หลังฉีด 2 อาทิตย์ เพราะจะมีผลต่อกล้ามเนื้อที่ฉีดทำให้โบทอกซ์กระจายไปออกฤทธิ์ในตำแหน่งที่ไม่ต้องการ เช่น การทำ RF ยกกระชับ การนวดหน้าแรงๆ ตามร้านเสริมสวย
– ห้ามฉีดในสตรีมีครรภ์

ผลแทรกซ้อนที่อาจพบได้

– รอยช้ำจ้ำเลือด พบได้บ่อย โดยเฉพาะบริเวณหางตา
– บวมบริเวณที่ฉีด
– ปวดบริเวณที่ฉีด
– หนังตาตก และมักหายภายใน 2 สัปดาห์
– การแสดงสีหน้า อาจไม่เป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะเวลาโกรธ หัวเราะ หรือร้องไห้
– อาจเกิดการดื้อยาได้ ในรายที่มีภูมิคุ้มกันต่อยา
– ยังไม่พบการแพ้ยาที่รุนแรง และเป็นผลเสียต่ออวัยวะภายในร่างกาย

อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นดังกล่าว สามารถเลี่ยงหรือทำให้เกิดได้น้อยที่สุดได้ ถ้าแพทย์ที่ทำมีความชำนาญในการฉีดและมีประสบการณ์ในการทำมามากพอสมควร ดังนั้นการเลือกแพทย์ที่ผ่านการฝึกฝนอบรมมาเป็นอย่างดี ย่อมทำให้การรักษาได้ผล และไม่มีผลข้างเคียง

เรียบเรียงและค้นคว้าใหม่โดย นพ.จรัสพล รินทระ….ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด….23 Febuary ,2009

วีดีโอ สาธิต กลไกการทำงานของโบทอกซ์ออกฤทธิ์อย่างไร


วีดีโอสาธิต การฉีดโบทอกซ์ขั้้นพื้นฐาน

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่