เทคนิคการยกกระชับผิวหน้า(Facelift) -Update! - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : clinicneo@hotmail.com

เวชศาสตร์ความงาม

เทคนิคการยกกระชับผิวหน้า(Facelift) -Update!

female face with wrinkles on her forehead

โครงสร้างของผิวหน้าและผิวพรรณของแต่ละคน เมื่อระยะเวลาผ่านไป ก็ย่อมมีการเสื่อมตามวัย โดยเฉพาะเมื่ออายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป จะพบว่าคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นโครงสร้างของผิวหนังในการทำให้เต่งตึง กระชับได้เริ่มลดน้อยลง จึงทำให้เกิดมีปัญหาริ้วรอย และการหย่อนคล้อยของผิวหน้าตามมา โดยเมื่อยิ่งอายุมากขึ้นเท่าใด ภาวะหย่อนคล้อยของผิวหน้าก็จะยิ่งมากขึ้น จากที่แค่มีแค่ริ้วรอยที่หน้าผาก ตีนกา ร่องแก้ม อาจจะลุกลามมากขึ้น เช่น หางตาเริ่มตก แก้มหย่อน ร่องแก้มลึก ร่องปากเริ่มตกลง และ ผิวหน้าโดยรวมก็ย่อนคล้อยมากขึ้น ลามมาถึงบริเวณคอ ซึ่งจะยิ่งเห็นได้ชัดเมื่ออายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป

347_4

การไม่ยอมแพ้แก่สังขาร ทำให้มนุษย์สรรหาสารพัดวิธีการในการแก้ไขและฟื้นฟูผิวหน้าโดยรวม ให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นกว่าปกติ เช่น การใช้ครีมสารพัดยี่ห้อ อาหารเสริมบำรุงผิวพรรรณ การฉีดโบทอกซ์ลดริ้วรอยต่างๆ การฉีดเติมสารเติมเต็ม(Filler agents) ตามร่องแก้ม ริ้วรอย การทำศัลยกรรมต่างๆ ฯลฯ

การยกกระชับผิวหน้า( Facelift) ก็จัดเป็นวิธีการหนึ่งที่เป็นที่นิยมในการทำให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์วัยลง เพราะนอกจากจะทำให้หลายส่วนบนใบหน้าที่เริ่ม หย่อนคล้อย ได้ยกกระชับเต่งตึงขึ้นแล้ว ยังช่วยทำให้ริ้วรอยต่างๆ ลดลงได้อีกด้วย เราแบ่งการยกกระชับผิวหน้า( Facelift) ออกได้เป็น 3 หลักการใหญ่ๆ ดังนี้

1. การยกกระชับผิวหน้าโดยการผ่าตัด(Surgical Facelift) - จัดเป็นการยกกระชับผิวหน้าที่ถือว่าเป็นที่นิยมมานานหลายทศวรรษ เพราะเปรียบเสมือนการยกเครื่อง ครั้งใหญ่ของใบหน้า โดยการกรีดผิวหนังบริเวณหนังศีรษะหรือขมับ แล้วตัดผิวหนังที่หย่อนคล้อยไม่ต้องการออกไป แล้วดึงรั้งผิวหน้าให้เต่งตึงขึ้น แน่นอน! ย่อมเป็นการยกกระชับผิวหน้าที่ได้ผลแน่นอน เห็นผลไว แต่ก็ทำให้ท่านต้องมีบาดแผลหลังผ่าตัด ต้องเจ็บตัว ต้องพักฟื้น และค่าใช้จ่ายก็สูงมาก ต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำนาญ ในการทำศัลยกรรมตกแต่งอย่างมาก ผลที่ได้จึงจะพอใจและมีผลข้างเคียงน้อยที่สุด ที่สำคัญไม่สามารถจะทำได้บ่อยๆ ดังนั้นการทำ การยกกระชับผิวหน้าโดยการผ่าตัด(Surgical Facelift) จึงมักจะเป็นทางเลือกสุดท้าย และมักจะนิยมทำกันในคนที่อายุมากๆ แล้วเท่านั้น ( ปัจจุบันแพทย์มักจะแนะนำให้ทำเมื่ออายุมากกว่า 60-70 ปี )

surgery

การยกกระชับผิวหน้าการผ่าตัดเย็บชั้น SMAS

2. การยกกระชับผิวหน้ากึ่งผ่าตัด(Semi-Surgical Facelift) - จากผลไม่พึงประสงค์ของการยกกระชับผิวหน้าด้วยการผ่าตัด ทำให้ทางการแพทย์ได้มีการพัฒนาการยกกระชับผิวหน้าให้ง่ายขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ได้ผลดีพอควร ผลข้างเคียงน้อยกว่าแบบแรก นั่นก็คือ การยกกระชับผิวหน้าด้วยไหม ไหมละลาย จัดเป็นกรรมวิธีใหม่ที่นำมายกกระชับหน้าที่ได้ผลดี รวดเร็ว ไหมที่ใช้ เป็นไหมชนิด Polydioxanone(PDO) ซึ่งเป็นไหมละลายที่ใช้ในการเย็บผนังเส้นเลือดหัวใจ ซึ่งมีโอกาสแพ้น้อยมาก ไม่มีผลปฏิกิริยาต่อผิวหนัง ซึ่งตัวเส้นไหมละลายได้มีการพิสูจน์แล้วว่าปลอดภัย  ผ่านอย.เรียบร้อยแล้ว ไหมละลายที่นำมาร้อยกระชับจะค่อยๆ ละลายไปภายใน 6-8 เดือน ไม่เหลือตกค้างให้เกิดผลข้างเคียงภายหลัง ซึ่งการยกกระชับด้วยไหมละลาย กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพราะเห็นผลทันทีหลังทำ แต่อยู่ได้ 8-12 เดือน ดังได้เขียนบทความไว้แล้ว

FTL2

FTLตัวอย่างก่อน-หลังการยกกระชับหน้ารูปแบบต่างๆ ด้วยไหมละลาย

3. การยกกระชับผิวหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด(Non-Surgical Facelift) -จัดเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการยกกระชับผิวหน้า ที่ถือว่าเจ็บตัวน้อยสุด ผลข้างเคียงน้อยสุด แต่ก็ได้ผลดีพอสมควร ซึ่งปัจจุบันมีหลากหลายวิธีในการยกกระชับผิวหน้า ซึ่งหลายท่านอาจจะเคยมีประสบการณ์กันมาแล้ว ซึ่งจะไล่เรียงดังนี้

3.1 การนวดหน้า ( Facial Massage) : จัดเป็นการยกกระชับผิวหน้าแบบอนุรักษ์นิยม คือมีมาแต่โบราณกาล เห็นได้บ่อยในร้านเสริมสวย สปา คลินิกความงามทั้งหลาย โดยการใช้มือคนเราในการนวดผิวหน้า อาจจะใช้ครีมหรือตัวยา สมุนไพรต่างๆ ร่วมด้วย การกดจุด จัดเป็นการยกกระชับผิวหน้าแบบอ่อนๆ ที่ได้ผลน้อยที่สุด ราคาถูก เหมาะกับผิว ที่ไม่ได้หย่อนคล้อยมากนัก (อายุน้อยกว่า 30 ปี) และก็ต้องทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆ หยุดทำเมื่อไหร่ ผิวหน้าก็คืนสภาพกลับมาเหมือนเดิม

3.2 Phonophoresis/Iontophoresis: จัดเป็นการยกกระชับผิวหน้าแบบอ่อนๆ ที่เป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้น ได้ผลพอควร เหมาะกับผิวที่ไม่ได้หย่อนคล้อยมากนักเช่นกัน (อายุน้อยกว่า 30 ปี) เป็นหลักการที่ใช้คลื่นความถี่สูงหรือการแตกประจุของตัวยา ในการกระตุ้นกล้ามเนื้อให้หดตัว แต่ต้องทำบ่อยๆ เป็นประจำหลายครั้ง มิฉะนั้นผิวหน้าก็จะกลับมาเหมือนเดิมได้

3.3 การยกกระชับผิวหน้าด้วยเลเซอร์คลื่นแสง(IPL): ก็จัดเป็นการยกกระชับผิวหน้า โดยใช้คลื่นแสงความถี่จำเพาะ ไปกระตุ้นชั้นหนังแท้ให้มีการสร้างคอลลาเจนขึ้นมา จึงทำให้ผิวหน้าเต่งตึงกระชับ ได้ผลเร็วและพอควร ไม่เจ็บตัวมากนัก ไม่มีผลข้างเคียงใด แต่ก็ต้องทำหลายครั้ง และก็ได้ผลกับผิวที่ไม่ได้หย่อนคล้อยมากนักเช่นกัน (อายุน้อยกว่า 40 ปี)

3.4 การยกกระชับผิวหน้าด้วยคลื่นความถี่สูง (Monopolar Radiofrequency:RF):เป็นวิทยาการทันสมัยที่มีการพัฒนามาอีกระดับหนึ่ง ได้เริ่มมีการใช้แพร่หลายในช่วงปี ค.ศ. 2002 โดยการใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงเป็นตัวควบคุมปริมาณของพลังงาน โดยจะสร้างความร้อนให้แก่คอลลาเจนที่อยู่ภายใต้ผิวหนังในขณะเดียวกันจะให้ความเย็นแก่ผิวชั้นนอก การเกิดความร้อนสม่ำเสมอเช่นนี้ จะทำให้โครงสร้างอยู่ภายใต้ผิวหนังมีการกระชับตัวที่ดีขึ้นในทันทีซึ่งภายในระยะเวลาต่อมาคคอลลาเจนจะถูกสร้างเพิ่มขึ้นเพื่อในการกระชับผิวเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง และผลลัพธ์ที่ได้คือการมีสภาพผิวที่แข็งแรง กระชับ นุ่มนวล และดูอ่อนกว่าวัย ซึ่งเครื่องมือในกลุ่มนี้ก็มีหลายตัว เช่น Thermage, Exillis Elite ฯลฯ  ซึ่งก็เป็นทีนียมเช่นกัน โดยเฉพาะ Exilis Elite เพราะค่าใช้จ่ายในการทำค่อนข้างไม่สูงมาก เห็นผลทันที ไม่เจ็บมากเหมือน Thermage  และผลลัพธ์ก็ใกล้เคียงกัน และอยู่ได้นานมากกว่า10-12 เดือน

exiils_faceexilis4

ตัวอย่างการยกระชับหน้าด้วย Exilis Elite

3.5การยกกระชับผิวหน้าด้วยเครื่อง Ulthera  : เทคโนโลยีชั้นสูง ในการรักษาปัญหาหย่อนคล้อยของผิวหน้า จากสาเหตุความเสื่อมหรือความอ่อนแอของชั้น SMAS    ซึ่งเทคโนโลยีอื่น ๆในปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้ยกเว้นการทำศัลยกรรม ถือเป็นการยกกระชับหน้าแบบไม่ผ่าตัด ที่ได้ผลสุด ลงลึกสุดโดยแพทย์สามารถเห็นสภาพผิวหนังที่กำลังรักษาผ่านหน้าจอเครื่องตลอดเวลา ผ่านหน้าจอของเครื่อง ( SEE and TREAT ) นำมาซึ่งการรักษาที่แม่นยำสูง และได้ผลการรักษาที่แน่นอนกว่าวิธีอื่นๆ และอยู่ได้นาน 12-18 เดือน เหมาะกับปัญหาหย่อนคล้อยมาก แต่ค่าใช้จ่ายก็สูงและเจ็บ ต้องทายาชาหรือฉีดยาชาก่อนทำ และได้ถือว่า Ulthera คือ Gold Standard Treatment สำหรับการยกกระชับผิวหน้าที่ลงลึกสุด เมื่อเทียบกับเครื่องมือหรือวิธีการอื่น ๆ และถือว่า Ulterha คือเครื่องมือชนิดเดียวที่ US-FDA ให้การรับรองผลว่าได้ผลจริง เพียงเครื่องเดียวในปัจจุบัน

ultherapy

Ulthera-4ตัวอย่างการยกระชับหน้าด้วย Ulthera

3.6  การยกกระชับผิวหน้าด้วยการฉีด Botox : จัดเป็นวิทยาการอีกทางเลือกในปัจจุบันที่นำมาทำการยกกระชับผิวหน้า Botox คือ Botulinum toxin ชนิด A ซึ่งเป็นผงปราศเชื้อของ แบคทีเรีย Clostridium botulinum Hall strain มาผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ แล้วนำมาผสมน้ำเกลือ แล้วฉีดเข้าชั้นผิวหนังหรือกล้ามเนื้อ สรรพคุณของ Botox ก็คือทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ลดการหดเกร็ง ดังนั้นการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อ ส่วนหนึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อบนใบหน้า บางมัดที่เกี่ยวข้องกับการดึงรั้ง (Depressor muscles) ทำงานมากกว่ากล้ามเนื้อที่เกี่ยวกับการยกกระชับ(Levator muscles) จึงดึงใบหน้าโดยรวมให้คล้อยต่ำตามแรงดึงดูดของโลก การฉีด Botox ก็คือการฉีดกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการดึงรั้ง (Depressor muscles)ให้อ่อนแรงลง แล้วทำให้กล้ามเนื้อที่เกี่ยวกับการยกกระชับ(Levator muscles) ทำงานได้มากกว่า จึงดึงใบหน้าให้ยกขึ้นชนะแรงโน้มถ่วงของโลก ผิวหน้าก็จะกลับมาตึงกระชับได้ การยกกระชับผิวหน้าด้วยการฉีด Botox จัดเป็นเทคนิคทางการแพทย์ที่กำลังได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากราคาถูก ไม่เจ็บตัวมากนัก ไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ ผลข้างเคียงน้อยมาก ที่สำคัญ ได้ผลเร็วภายใน 2 อาทิตย์ นอกจากนี้ยังทำให้ผิวหน้าเรียวเล็กลง แก้ไขปัญหาคิ้วตก หนังตาตก ทำให้ทุกส่วนเต่งตึงได้แม้แต่ในบริเวณลำคอ แต่ก็มีข้อเสียคือต้องฉีดซ้ำทุก 4-6 เดือน

325_5

ตำแหน่งในการฉีด Botox เพื่อยกกระชับผิวหน้า

325_6ภาพเปรียบเทียบก่อน-หลังการยกกระชับผิวหน้าด้วยการฉีด Botox

3.6  การยกกระชับผิวหน้าด้วยการฉีด Fillers : จะพบว่าเมื่ออายุมากขึ้น จะมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน โดยเปรียบเทียบระหว่าง แม่ลูก 2 คู่นี้ ที่มีความคล้ายคลึงกันมาก ดังรูป จะพบว่า ร่องแก้มลึกขึ้น โหนกแก้มห้อย ร่องตาลึก คางห้อย ฯลฯ

mother daughter2ซึ่งสาเหตุที่เกิดจากเปลี่ยนแปลงอย่างนี้ เกิดจากการที่คอลลาเจนที่ลดลงเมื่ออายุมากขึ้น (Volume loss) นั่นเอง   ดังนั้นถ้าเราสามารถที่จะเติมฟิลเลอร์ซึ่งเป็นสารเติมเต็มเข้าไปทดแทนคอลลาเจน ที่หายไปปัญหาด้านบนก็น่าจะแก้ไขให้ดีขึ้นได้ แถมดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็ง เหมือนกับการยกกระชับด้วยโบทอกซ์ แต่ก็อยู่ได้ประมาณ 8-12 เดือน ก็อาจจะต้องเติมซ้ำ หรืออาจจะมา Touch up กรณีบางส่วนเริ่มหาย
8 point2
เทคนิคการเติมฟิลเลอร์ 8 จุด เพื่อยกกระชับหน้า

sample 1ตัวอย่างการเติมฟิลเลอร์เพื่อยกกระชับหน้า

    เห็นมั้ยหละครับว่า มนุษย์เราพยายามที่จะเอาชนะสังขารตามวัยกันอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ทั้งศาสตร์และศิลป์ จากระบบภายในร่างกายและระบบภายนอกร่างกาย การพัฒนาการด้านการแพทย์ได้ดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง และรวดเร็ว ความรู้บางอย่างในปัจจุบันหรืออดีต อาจจะเป็นที่นิยมในช่วงหนึ่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ในอนาคตกาล อาจจะมีวิธีการใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกมากมาย ดังนั้นขออย่าให้เราได้ยึดติดมากนัก ทำใจไว้เผื่อการเปลี่ยนแปลงในทุกอย่าง ทุกด้านด้วยนะครับ

เรียบเรียงและค้นคว้าโดยนพ.จรัสพล รินทระ
Update ข้อมูลล่าสุด…………..24 August ,2014

วีดีโอสาธิต การดึงหน้าด้วยการผ่าตัด

วีดีโอสาธิต การดึงหน้าด้วยการทำ Ulthera ผลพอๆ กับการผ่าตัดดึงหน้า

วีดีโอสาธิต การยกกระชับหน้าด้วย Monopolar RF (Exilis Elite)

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่ 08/02/2008 จำนวนการเข้าชม 6005 ครั้ง

Comment :