Aesthetic Medicine (เวชศาสตร์ความงาม ) คืออะไร - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : [email protected]

เวชศาสตร์ความงาม

Aesthetic Medicine (เวชศาสตร์ความงาม ) คืออะไร

338_1

หลายๆ คน อาจจะเคยได้ยินศัพท์ทางการแพทย์ใหม่ๆ เรื่อยๆ ในช่วง 4-5 ปีนี้ โดยเฉพาะคำว่า Aesthetic Medicine ซึ่งได้มีการนำมาพูดถึงกันบ่อยๆ เคยมีคำถามจากหลายคนว่าเป็นสาขาทางการแพทย์ทางด้านไหนกันแน่ เพื่อให้ทุกท่านได้เข้าใจว่าเป็นการแพทย์ด้านไหน จึงจะขอนำมาเล่าให้ฟังกันพอสังเขปนะครับ

“Aesthetics” ศัพท์คำนี้เกิดจากนักปรัชญาเหตุผลนิยมชาวเยอรมันที่ชื่อ Alexander Gottlieb Baumgarten ได้สร้างคำๆ นี้มาจากภาษากรีก ว่า “Aisthetikos” แปลว่า “ ความงาม (Beauty) ” ดังนั้น Aesthetic Medicine จึงเป็นศาสตร์การแพทย์ที่เกี่ยวกับความสวยงาม โดยมีคำเรียกกันมากมาย เช่น สุนทรียศาสตร์ (คำนี้ เริ่มใช้เป็นครั้งแรก ไม่แน่ใจว่าได้บัญญัติไว้ในพจนานุกรมไทยหรือเปล่านะครับ แต่ไม่ค่อยสื่อให้เข้าใจเท่าไหร่นัก เลยไม่ค่อยเป็นที่นิยม ) ต่อมา ทางมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้เรียก Aesthetic Medicine ว่า เป็นการศึกษาด้าน เวชศาสตร์ผิวพรรณ (ซึ่งคำนี้จะได้ยินบ่อย ๆ ในช่วงหลังและเข้าใจได้ง่ายกว่า ) ส่วนในภาษาต่างประเทศ บางคนก็เรียกง่ายๆ ว่า Cosmetic or Beauty Medicine

338_5

ในอดีต วิทยาการด้านความสวยงาม ได้เริ่มมีการใช้ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1940 ในวงการแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรม(Surgeon) แพทย์ทางด้านผิวหนัง(Dermatologist) และแพทย์หูคอจมูก (ENT) เนื่องจากหลังจากที่ผุ้ป่วยได้ทำการรักษากับแพทย์เหล่านี้แล้ว นอกจากจะต้องแก้ไขภาวะพิการ ความไม่สมดุล หรือปัญหาผิวหนังแล้ว ผลที่คนไข้คาดหวังก็คือ ต้องได้ความสวยงามกลับคืนมาด้วย หรือดีกว่าเดิมด้วย เมื่อจะต้องเจ็บตัวทำผ่าตัด หรือทำการรักษาแล้ว

เมื่อภาวะเศรษฐกิจโลกดีขึ้น คนก็เริ่มให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ของตนเองมากขึ้น ทำให้ความต้องการรักษาด้านนี้มีเพิ่มมากขึ้นหลายร้อยเท่า แต่ในมหาวิทยาลับแพทย์ทั้งหลาย ในช่วง 10 กว่าปีก่อนหน้านี้ ยังไม่มีสาขาที่เรียนด้านนี้โดยเฉพาะ ต่างประเทศเริ่มให้ความสำคัญเพราะถือว่าเป็นก้าวใหม่ด้านการแพทย์ที่เป็นที่นิยมสูง ส่วนในประเทศไทย แพทย์ผิวหนังเป็นแพทย์กลุ่มแรกที่ได้เริ่มทำการศึกษาเพิ่มเติมด้านนี้กันอย่างจริงจัง โดยได้ทำการศึกษาเพิ่มเติมกันนอกมหาวิทยาลัย มีการประชุมทางวิชาการทั้งในและต่างประเทศ และได้ริเริ่มให้มีสมาคมเวชสำอางและศัลยศาสตร์ผิวพรรณแห่งประเทศไทย (Thai Society of Cosmetic Dermatology and Surgery) แยกออกมาจากสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เพื่อให้ความรู้ แก่แพทย์ทั่วไป แพทย์ผิวหนัง และแพทย์สาขาอื่นๆ ที่สนใจ ได้มีความรู้ ด้านนี้กันมากขึ้น ต่อมาก็มีการจัดตั้งสมาคมศัลยศาสตร์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย( Thai Association and Acedemy of Cosmetic Surgery and Medicine ) แยกออกมาจากสมาคมสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย โดยแพทย์ที่เป็นสมาชิกของสมาคม ไม่จำเป็นต้องเรียนจบเฉพาะทางด้านผิวหนัง หรือศัลยศาสตร์ตกแต่ง ต่อมาก็มีคลินิกด้านผิวพรรณ(Aesthetic Clinic) เกิดขึ้นมามากมาย

338_2

ปัจจุบัน ขอบข่ายองค์ ความรุ้ด้าน Aesthetic Medicine ได้ขยายมาก ขึ้น มีรูปแบบการรักษาที่หลากหลายและเป็นมาตรฐานสากล และเป็นที่ยอมรับ กันโดยทั่วไป เช่น

– Injections of Facial Implants and Botulinium Toxin
– Chemical Peeling
– Medical Cosmetology
– Aesthetic Mesotherapy
– Shapes and Cellulite Control
– Nutrition
– Hair loss Treatment (Hair Transplantation and medications)
– Hair Removal
– Skin Laser Therapy
– Aesthetic Venous Treatments
– Non-Surgical Face Lift.
– Weight Reduction
– ฯลฯ

338_4

ขณะเดียวกัน ในต่างประเทศ ก็ได้เริ่มเปิดหลักสูตรด้าน Aesthetic Medicine ขึ้นมาเพื่อให้แพทย์ได้ทำการศึกษาต่อด้านนี้ให้เป็นผู้ชำนาญเฉพาะทาง ( Fellowship or Diploma in Aesthetic Medicine ) อย่างจริงจังและเป็นมาตรฐานที่สากลยอมรับ ส่วนในประเทศไทย ก็ได้เริ่ม มีการเปิดหลักสูตรนี้เสริมแก่แพทย์ที่สนใจเช่นกัน เช่นที่มหาวิทยาลับแม่ฟ้าหลวง ได้มีหลักสูตรสั้นๆ 2 เดือน ด้านเวชศาสตร์ผิวพรรณ (Academy of Aesthetic Medicine) แล้วเช่นกัน แม้จะยังไม่แพร่หลาย แต่คิดว่าในอนาคต ท่านอาจจะได้ยินแพทย์ทางด้านนี้กันมากขึ้น โดยอาจจะไม่ได้จำกัดหรือกำหนดเฉพาะแพทย์ด้านผิวหนัง ศัลยแพทย์ตกแต่ง หรือแพทย์หู คอ จมูก อีกต่อไป เพราะตามกฎหมายของเมืองไทย แพทย์ที่ได้รับใบประกอบโรคศิลปะสามารถจะทำการรักษาได้ทุกอย่าง แต่ต้องมีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับจากแพทยสภา และมีอ.ย. เป็นกลไกควบคุมของรัฐ เพื่อรักษามาตรฐานการประกอบวิชาชีพแพทย์

เรียบเรียงและค้นคว้าโดยนพ.จรัสพล รินทระ ………3 Febuary,2014

วีดีโอสาธิต ขอบข่ายการรักษาของ Aesthetic Clinic

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่