| [หน้าที่]
1
[2]
[3]
[4]
[5]
|
| รหัสบทความที่ # [ 354 ] |
| บทความเรื่อง # การฉีดเสริมคาง ( Chin Augmentation) |
 |
การที่คนเรา จะมีโครงหน้าที่สวยงาม ได้สัดส่วน จะต้องมีความสมดุลกันตั้งแต่หน้าผาก จมูกและคางโดยต้องมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งแพทย์ด้านความงาม(Aesthetic or Beauty Medicine) เมื่อได้ตรวจสภาพโครงหน้าคนไข้ จะทำการแบ่งพื้นที่บนโครงหน้าอย่างง่ายๆ เป็น 3 ส่วน ส่วนแรก คือจากหน้าผาก ถึงกึ่งกลางตา เป็นส่วนที่ 1 จากกึ่งกลางดวงตาถ |
ึงขอบปีกจมูก เป็นส่วนที่ 2 และจากขอบปีกจมูกถึงคาง เป็นส่วนที่ 3 ซึ่งทั้งสามส่วนนี้จะต้องมีความยาวใกล้เคียงกัน หากมีอย่างใดอย่างหนึ่งที่น้อยเกินไปจะทำให้ขาดความสมดุล
ในโครงหน้าของคนเอเซีย มักจะพบว่าส่วนที่ 3 คือ จากขอบปีกจมูกถึงคาง มักจะสั้นกว่าส่วนอื่นๆ และมักจะมีใบหน้าที่กว้าง ไม่เรียวยาวเหมือนคนฝั่งตะวันตก จึงได้มีการปรับรูปหน้าให้เรียวด้วยการฉีดสารโบทอกซ์ ดังบทความที่เขียนไว้แล้วที่นี่ http://www.clinicneo.co.th/2007/detailcolumn.php?grp=9&col_id=264 หรืออาจจะทำการเสริมคางให้ยาวขึ้น เพื่อให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสม ซึ่งเดิมก่อนหน้านี้ แพทย์จะทำการเสริมคางให้ยาวขึ้นจะต้องทำการผ่าตัดเสริมแท่งซิลิโคน หรือฉีดเสริมด้วยคอลลาเจน และอาจจะมีบางรายแอบไปฉีดสารที่อันตราย (กับบุคคลที่มิใช่แพทย์) เช่น ซิลิโคนเหลว เสริมคางให้ยาวขึ้น ซึ่งทำให้เกิดผลเสียภายหลังมากมาย มีการไหลคล้อย แข็ง ไม่เป็นธรรมชาติ
แต่ในปัจจุบัน วงการความงามได้มีการพัฒนามากขึ้น อย่างรวดเร็ว ได้มีการผลิตสาร เติมเต็มเข้าสู่ผิวหนัง ที่เรียกว่า filler ออกมาสู่ท้องตลาด โดยเฉพาะสาร hyaluronic acid (HA) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย) ของไทยและอเมริกา ว่ามีความปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ไม่แพ้ ไม่ไหลย้อยไปที่ๆ ไม่ต้องการ และดูเป็นธรรมชาติ อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://www.clinicneo.co.th/2007/detailcolumn.php?grp=9&col_id=310
ดังนั้นแพทย์ด้านความงาม จึงได้นำสารชนิดนี้ มาฉีดเสริมคาง แทนคอลลาเจนแบบดั้งเดิม ซึ่งอาจจะมีโอกาสแพ้ได้ เพราะสกัดมาจากสัตว์ และมีอายุสั้น เพียง 3-4 เดือนก็สลายไป แต่สารกลุ่ม HA ส่วนใหญ่จะสกัดจากเชื้อแบคทีเรีย จึงไม่แพ้ และมีอายุนานกว่าคอลลาเจน จึงนำมาช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ที่มีคางเล็ก ใหญ่ ที่ไม่ได้สัดส่วน คางบุ๋ม คางเป็นเหลี่ยม หรือคางถดถอยไปด้านหลังมากเกินไป ให้กลับมาสวยงามได้ เพราะรูปทรง คาง เป็นจุดหนึ่งที่สำคัญของความงามบนใบหน้าอย่างหนึ่ง การฉีดเสริมคางจึงเป็นการปรับ เส้นโค้งของโครงหน้าส่วนล่างให้เหมาะสมลงตัว เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับใบหน้าโดยรวม
ขั้นตอนการฉีดเสริมคาง
สารที่นิยมใช้ฉีดเสริมคาง ที่ปลอดภัย ปัจจุบัน ก็คือ สาร hyaluronic acid (HA) ณ ปัจจุบันที่นิยมนำมาฉีดคาง และสารได้ผ่าน อย. แล้ว ก็คือ สาร Perlane ซึ่งจะมีอายุได้นาน 10-12 เดือน เนื่องจากว่าผู้เขียนไม่แนะนำให้ฉีดสาร HA ที่อายุนานกว่านี้ เพราะรูปหน้าและโครงหน้าของคนเราเปลี่ยนแปลงทุกปี การฉีดเสริมจึงควรจะปรับให้เหมาะสมกับสภาพผิวหน้า ณ ช่วงเวลานั้นๆ จึงจะออกมาดูดี และเป็นธรรมชาติ โดยจะมีขั้นตอนการฉีดเสริมคางดังนี้
1. แพทย์จะตรวจลักษณะรูปคางที่มีปัญหา และหาแนวทางหรือเทคนิคในการฉีดเสริมคางให้เหมาะสมกับใบหน้าของคนไข้
2. ทายาชาบริเวณที่จะฉีด ประมาณ 30-45 นาที
3. การฉีดเสริมคางด้วยสาร HA นี้ ตำแหน่งและทิศทางในการฉีด ปริมาณที่ใช้ฉีด จะแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับรูปแบบคางที่ได้พิจารณาแล้ว ค่าใช้จ่ายจึงอยู่ประมาณ 9,000-11,000 บาท
4. ใช้เวลาในทำทั้งสิ้นประมาณ 45-60 นาที
ขั้นตอนการปฏิบัติหลังการฉีดเสริมคาง
1. หลีกเลี่ยงการกระทบ กระแทกบริเวณคาง ในช่วง 1 สัปดาห์แรก หลังการผ่าตัด เพราะอาจจะมีอาการบวม อักเสบ หลังฉีด เหมือนกับการฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อทั่วๆ ไป
2. เลี่ยงการเข้าอบซาวน่า ดื่มอัลกอฮอล์ ในสัปดาห์แรกหลังฉีด เพราะอาจจะทำให้อักเสบ เป็นรอยช้ำได้ง่าย เพราะเลือดจะไหลเวียนเพิ่มขึ้นจากความร้อนและอัลกอฮอล์
เรียบเรียงและค้นคว้าโดย นพ.จรัสพล รินทระ
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด....................................... 8 January,2010
|
|
ตัวอย่างภาพประกอบ
|

ตัวอย่างสาร Perlane ที่ใช้ฉีดเสริมคาง
|

ตัวอย่างคนไข้ ก่อน-หลังการฉีดเสริมคาง
|

ตัวอย่างคนไข้ ก่อน-หลังการฉีดเสริมคาง
|
คะแนนจากการโหวต
: 9617 คะแนน |
จำนวนผู้โหวต
: 3014 คน |
|
ขอเวลาเป๊ป.......หนึ๊ง!!!!
โหวตให้หน่อยน๊า............. |
|
|
|
|
|
| [หน้าที่]
1 [2] [3] [4] [5] |
|
 |
|
|
| |
 |
ถ้าท่านมีปัญหาอ้วน ไขมันส่วนเกิน เซลลูไลท์ ท่านเลือกลดไขมันอย่างไร
|
|
|
|
|
|
|
 |
| |
|
ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย
ทานยาลดน้ำหนัก
ฉีดสลายไขมัน
เลเซอร์สลายไขมัน
ผ่าตัดดูดไขมัน
|
|
|
| |
|
|