| [หน้าที่]
1
[2]
[3]
|
| รหัสบทความที่ # [ 13 ] |
| บทความเรื่อง # สาเหตุของผมร่วงและแนวทางการรักษา |
 |
สาเหตุของผมร่วง จำแนกสาเหตุของผมร่วง ได้ดังนี้: 1. ผมร่วงแบบมีแผลเป็น: มักเกิดจากการมีบาดแผล หรืออุบัติเหตุ เป็นส่วนใหญ่ บางครั้ง อาจเกิดจากการติดเชื้อเช่น |
งูสวัด โรคSLE ซึ่งมักแก้ไข หรือทำให้เกิดผมใหม่ได้ยาก 2. ผมร่วงแบบไม่มีแผลเป็น: พบได้บ่อย และเป็นสาเหตุที่พบได้ทุกเพศวัย ซึ่งพอจะมีทางแก้ไขให้มีผมงอกขึ้นมาใหม่ได้ แต่ใช้เวลา ประมาณ 3-8 เดือน ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ดังนี้ 2.1 กรรมพันธุ์ พบได้บ่อยมาก มักเกิดได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง บางคนอาจพบว่าผมเริ่มร่วงและบาง ตั้งแต่วัยรุ่นและศีรษะล้าน-บาง ก่อนวัยกลางคนเสียอีก 2.2 ระดับฮอร์โมนเพศชาย(Dihydrotestosterone) บริเวณหนังศีรษะมากกว่าปกติ ชึ่งพบว่ามีฤทธิ์ทำให้ผมร่วงเร็วกว่าปกติ หรือทำให้วงจรชีวิตของเส้นผมสั้นกว่าปกติ ทำให้ผมงอกใหม่ทดแทนไม่เพียงพอ หรือทำให้เซลสร้างผมไม่สร้างผมใหม่มาทดแทน 2.3 ความเครียด(Stress) พบว่าความผิดปกติทางอารมณ์ จะทำให้หลอดเลือด ที่มาเลี้ยงบริเวณหนังศีรษะหดตัว ทำให้เซลล์ผมขาดสารอาหาร จึงทำให้ผมแฟบเล็กลงและร่วงในที่สุด 2.4 โรคภูมิแพ้หนังศีรษะ ( Alopecia Areata)-โรคผมร่วงหย่อม ปัจจุบันยังไม่สามารถหาสาเหตุที่แท้จริงได้ แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรรมพันธุ์ ปฎิกิริยาออโตอิมมูนในร่างกาย ความเครียด อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://www.clinicneo.co.th/2007/detailcolumn.php?grp=7&&col_id=50 2.5 การติดเชื้อที่หนังศีรษะ( Infection) จาก
เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา บนหนังศีรษะ ซึ่งจะทำให้หนังศีรษะอักเสบเกิดอาการคัน มีรังแค จึงเกิดการเกาและดึงรั้งเส้นผม ทำให้ผมร่วง 2.6 โรคประจำตัวบางอย่าง(Chronic Disease)เช่น มะเร็ง โรคต่อมทัยรอยด์ผิดปกติ ซิฟิลิส หรือ ได้รับสารหรือแพ้ยาบางตัว เช่น ยาต้านมะเร็ง ยาในกลุ่มรักษาโรคไทรอยด์เช่น propylthiouracil
ยาในกลุ่มรักษาโรคหัวใจหรือใจสั่น beta-blocker
ยาในกลุ่มป้องกันการแข็งตัวของเลือด (heparin wafarin) ยารักษาโรคเก๊าท์ allopurinol
วิตามินA ยาเคมีบำบัดการฉายรังสี ดังนั้นแพทย์ต้องซักประวัติคนไข้ให้ละเอียด ก่อนวางแผนการรักษา 2.7 ผลจากการกระทำของตนเอง( Trichotillomania-เขียนบทความไว้แล้วที่นี่ http://www.clinicneo.co.th/2007/detailcolumn.php?grp=7&&col_id=61 ) ได้แก่ การชอบถอนผม การแกะเกา ดึงทึ้งผม การถอนผมคัน การยืดผมก่อนจะทำการรักษาผมร่วง แพทย์จะทำการซักประวัติเช่นเดียวกับการตรวจโรคทั่วไป โดยจะถามถึงระยะเวลาที่ผมร่วง ลักษณะที่ร่วง( ร่วงเฉพาะที่ หรือร่วงทั่วไป) ปริมาณที่ผมร่วงต่อวัน ประวัติทางกรรมพันธุ์ โรคประจำตัว และอาการอื่นๆ ร่วมด้วยหรือไม่ เช่น คัน รังแค ปวดข้อ แพ้แสง ภูมิแพ้ ฯลฯ การตรวจหนังศีรษะ และเส้นผม เพื่อดูความผิดปกติ เช่น ขุย ลักษณะการอักเสบ เส้นผมที่ร่วง ความหนาแน่นของเส้นผม แล้วนำประวัติและการตรวจร่างกายมาวิเคราะห์ถ้าสาเหตุ เพื่อแก้ไขและรักษา แนวทางการดูและและรักษาผมร่วง ในปัจจุบัน แบ่งได้ดังนี้ 1.การรักษาที่สาเหตุที่ทำให้ร่วง เช่น รักษาภาวะอักเสบของหนังศีรษะ แก้ไขพฤติกรรมในบางอย่างในผู้ป่วยที่ชอบดึงทึ้งผม 2.กรณีที่ผมร่วงจากพันธุกรรม หรือ ฮอร์โมน DHT( Dihydrotestosterone) ควรรับประทานยา Finasteride( ได้แยกเขียนรายละเอียด ของยาตัวนี้ไว้แล้ว ที่นี่ http://www.clinicneo.co.th/2007/detailcolumn.php?grp=7&&col_id=14 ) และทาโลชั่นปลูกผมที่มีส่วนผสมของ Minoxidil(มีบทความรายละเอียด ถึงกลไกการออกฤทธิ์ไว้แล้วที่นี่ http://www.clinicneo.co.th/2007/detailcolumn.php?grp=7&&col_id=15 ) และ/หรือร่วมกับการรับประทานวิตามินสำหรับเส้นผม ปัจจุบันได้มีการนำเทคนิคใหม่ล่าสุดในการนำยา Finasteride+Minoxidil+วิตามินต่างๆ ในรูปยาฉีดผสมเป็นคอกเทล ฉีดด้วยปืนดิจิตอลเข้าไปที่หนังศีรษะที่บาง โดยเรียกว่าเทคนิค Mesotherapy ซึ่งเป็นการรักษาที่นำมาเสริมการรับประทานยาและยาทา โดยมีรายงานจากฝรั่งเศสว่า ช่วยทำให้เส้นผมงอกได้เร็วขึ้นและเพิ่มขึ้น อ่านรายละเอียดได้ที่นี่ http://www.clinicneo.co.th/2007/detailcolumn.php?grp=9&&col_id=262 3. การทอเส้นผม ในความเห็นส่วนตัว ไม่แนะนำให้ทอผม เพราะแม้จะเห็นผลเร็ว แต่จะมีความรู้สึกไม่สบายหนังศีรษะ และเมื่อผมยาว ก็ต้องตัดผม รวมทั้งเส้นผมที่ทอด้วย ทำให้ต้องทำบ่อยๆ และเสียค่าใช้จ่ายมาก ( ค่าใช้จ่ายเท่าที่ทราบประมาณหมื่นกว่าบาท จนถึงหลายหมื่น ต่อครั้งที่ทอผม) 4.การผ่าตัดเพื่อเพิ่มเส้นผม( hair transplant) มีวิธีการโดนการใช้กล้องจุลทรรศน์ ตัดเส้นผมติดรากผม บริเวณท้ายทอย เพื่อมาปลูกบริเวณที่ล้าน ซึ่งค่าใช้จ่ายในการทำการปลูกย้ายรากผม แตกต่างกันแล้วแต่คลินิก หรือ รพ. รวมทั้งเทคนิคในการทำผ่าตัด เช่น เทคนิคของ ดร.สเตร๊าซ์ (ซึ่งว่ากันว่าเป็นเทคนิคที่ดีในปัจจุบัน) การคิดค่าใช้จ่ายจะคิดราคาเป็นแต่ละ hair follicles โดยปกติจะทำครั้งละ ประมาณ 400-500 ราก ถ้าทำ 3 ครั้ง ราคาก็ประมาณ 80-150 บาทต่อรากผม ก็จะประมาณ 40,000-100,000 บาทต่อครั้งที่ทำ ( อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://www.clinicneo.co.th/2007/detailcolumn.php?grp=7&&col_id=70) 5.เลือกแชมพูที่เหมาะกับหนังศีรษะ( แห้งหรือมัน) แชมพูควรมีฤทธิ์เป็นกลาง ไม่ระคายเคือง เวลาสระผมไม่ควรเกาหนังศีรษะ ไม่ควรยืดผม หรือหวีผมแรงเกินไป หลีกเลี่ยงการดัดผม โกรกสีผม อบผม ขณะที่ผมร่วงมากกว่าปกติ 6.หลีกเลี่ยงภาวะเครียด เพื่อป้องกันมิให้ผมร่วงมากขึ้น
> 7. Laser Hair Treatment ปัจจุบันได้มีการนำเลเซอร์มาทำการรักษาเส้นผมให้ดีขึ้น โดยใช้เลเซอร์ชนิด Diode Laser โดยมีการปล่อยแสงเลเซอร์สีแดง ออกมาจากซี่แปรงของหวี โดยใช้หลักการ Low Level Laser Therapy (LLLT) ทำการปล่อยแสงเลเซอร์พลังงานต่ำ หรือเรียกว่า Cold beam ไปที่หนังศีรษะ โดยไปออกฤทธิ์กระตุ้นที่เซลล์เส้นผม เพื่อให้เส้นผมเพิ่มจำนวนมากขึ้น เส้นผมแข็งแรงขึ้น ขนาดโตขึ้น และมีความเงางามมากขึ้น ( Improves quality,thicken,strengthen,shinier,fuller hair) โดยอาศัยทฤษฎี ทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า Photo-Biostimulation ซึ่งกล่าวถึง “แสงคือพลังงานอย่างหนึ่ง สิ่งมีชีวิตทุกชนิด สามารถอยู่รอดได้ด้วยแสง และเซลล์เส้นผมก็คือสิ่งมีชีวิตอย่างหนึ่ง จึงเข้าข่ายในทฤษฎีนี้ด้วย” อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://www.clinicneo.co.th/2007/detailcolumn.php?grp=7&col_id=318 ส่วนคลินิกบริการของเวบไซต์ได้จัดให้มีบริการรักษาเส้นผมได้หลากหลายวิธี ดูรายละเอียดได้ที่นี่เช่นกัน http://www.clinicneo.co.th/2007/newservice/service4.htm
เรียบเรียงปรับปรุงใหม่โดย นพ.จรัสพล รินทระ
Update ข้อมูลล่าสุด.............3 August,2007 |
|
ตัวอย่างภาพประกอบ
|

การรักษาผมบาง ด้วยการใช้ยา
|

การปลูกผมด้วยเทคนิค Mesotherapy
|

การรักษาเส้นผมด้วยเลเซอร์
|
คะแนนจากการโหวต
: 14799 คะแนน |
จำนวนผู้โหวต
: 3026 คน |
|
ขอเวลาเป๊ป.......หนึ๊ง!!!!
โหวตให้หน่อยน๊า............. |
|
|
|
|
|
| [หน้าที่]
1 [2] [3] |
|
 |
|
|
| |
 |
ถ้าท่านมีปัญหาอ้วน ไขมันส่วนเกิน เซลลูไลท์ ท่านเลือกลดไขมันอย่างไร
|
|
|
|
|
|
|
 |
| |
|
ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย
ทานยาลดน้ำหนัก
ฉีดสลายไขมัน
เลเซอร์สลายไขมัน
ผ่าตัดดูดไขมัน
|
|
|
| |
|
|