ไฝ ขี้แมลงวัน กับโอกาสการเกิดมะเร็งผิวหนัง - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : [email protected]

ผิวหนัง

ไฝ ขี้แมลงวัน กับโอกาสการเกิดมะเร็งผิวหนัง

248_0

ไฝ และขี้แมลงวัน เป็นภาวะปกติของผิวหนังที่พบได้บ่อยๆ ในเกือบทุกคน จะมากน้อยแตกต่างก็แล้วแต่เชื้อชาติ กรรมพันธุ์ และตัวบุคคลเอง แต่ก็มีคำถามกันบ่อยๆว่า ถ้ากรณีที่มีปริมาณมากๆ หรือลักษณะอย่างนี้ จะมีอันตรายอะไรหรือไม่ จะกลายเป็นมะเร็งภายหลังหรือเปล่า จึงขอนำเสนอบทความการจะพิจารณาอย่างไร ในการจะพบแพทย์เพื่อแก้ไขปัญหาใฝ ขี้แมลงวัน ว่าจะกลายพันธุ์ในอนาคตหรือไม่

ไฝ และขี้แมลงวัน มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของ Melanocyte (ซึ่งเป็นเซลล์ที่อยู่ในชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) โดยมีหน้าที่ใน การสร้างเม็ดสีเมลานิน ซึ่งปริมาณและขนาดของเมลานิน จะเป็นตัวกำหนดสีผิวของคนเรา ว่าจะมีผิวขาว ผิวคล้ำ มากน้อยเพียงใด ) แล้วเกิดเป็นเนื้องอกจากการเพิ่มจำนวนของเซลล์เมลาโนไซท์ โดยไฝจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูน ส่วนขี้แมลงวันจะเป็นตุ่มราบสีดำ และอยู่ตื้นกว่าไฝ

โดยทั่วๆ ไป ไฝ และขี้แมลงวัน จะมีการเพิ่มขึ้นตามอายุอย่างช้าๆ ซึ่งมักจะสังเกตได้ในช่วงวัยรุ่น หรือตั้งครรภ์ โดยการเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้นจะเกิดขึ้นในบริเวณทั่วตัวพร้อมๆ กัน และมีการติดตามแล้วพบว่า ไฝ และขี้แมลงวัน จะมีโอกาสเกิดมะเร็งผิวหนังได้ ที่เรียกว่า Melanoma ซึ่งมีอันตรายร้ายแรงและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ แต่ในคนไทยพบได้น้อย ดังนั้นการสังเกตความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่แรกเริ่ม จึงมีความจำเป็น และแก้ไขได้ทันท่วงที

ลักษณะของ ไฝ และขี้แมลงวัน ที่อาจจะต้องพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยต่อไป มีดังนี้

  1. ไฝ และขี้แมลงวัน ที่ได้รับการระคายเคืองบ่อยๆ
  2. ไฝ และขี้แมลงวัน ในบริเวณที่สังเกตได้ยาก เช่น บนหนังศีรษะ หรืออวัยวะเพศ
  3. ไฝ และขี้แมลงวัน ที่มีมาแต่กำเนิดและขนาดใหญ่ เช่น ไฝยักษ์ ( Giant congenital melanoma atypical_nevus

ลักษณะตัวอย่าง ไฝที่ผิดปกติ

ไฝ หรือขี้แมลงวัน ที่มีลักษณะผิดปกติ ได้แก่

  1. สีดำเข้มผิดปกติกว่าที่อื่นๆ
  2. สีที่ไม่สม่ำเสมอ หรือสีเปลี่ยนอย่างกะทันหัน
  3. ขอบเขตไม่เรียบ
  4. ขนาดใหญ่เกิน 5 มม.
  5. โตเร็วผิดปกติ

ขั้นตอนการวินิจฉัยและจัดการกับไฝ และขี้แมลงวัน ที่ผิดปกติของแพทย์ผิวหนัง โดยทั่วๆ ไป มีดังนี้

  1. ตัดไฝ และขี้แมลงวันออกทั้งหมด (Excisional Biopsy) ซึ่งถือว่าเป็นเป็นวิธีการรักษาที่ดีที่สุด แต่มักใช้ได้กับไฝที่ไม่โตมากนัก แล้วส่งชิ้นเนื้อของไฝ และขี้แมลงวัน ส่งตรวจพยาธิสภาพ ถ้าบ่งว่าเป็นมะเร็ง ก็ทำการรักษาที่ถูกต้องต่อไป
  2. ตัด ไฝ และขี้แมลงวันออกบางส่วน ( Incisonal Biopsy) มักจะใช้ในกรณีที่ไฝที่มีขนาดใหญ่ ถ้าตัดออกหมด อาจจะทำให้สูญเสียความสวยงาม หรือ อาจจะทำให้มีผลต่อการใช้งานได้ แล้วส่งชิ้นเนื้อของไฝ และขี้แมลงวัน ส่งตรวจพยาธิสภาพ ถ้าบ่งว่าเป็นมะเร็ง ก็ทำการรักษาที่ถูกต้องต่อไปเช่นกัน
  3. หมั่นตรวจ ติดตามผล โดยอาจจะต้องถ่ายรูปผิวหนังบริเวณดังกล่าวเป็นระยะๆ และพบแพทย์อย่างต่อเนื่อง
  4. ไม่แนะนำให้ทำการจี้ หรือกำจัดออกด้วยการไฟฟ้า หรือเลเซอร์ สำหรับกรณีไฝที่ผิดปกติ หรือสงสัยเนื้อร้าย เพราะอาจจะทำให้ไม่สามารถส่งชิ้นเนื้อ ไปตรวจพยาธิสภาพได้ และอาจจะทำให้การแปรผลผิดพลาดได้เช่นกัน

melanoma

ลักษณะตัวอย่างมะเร็งผิวหนัง ( melanoma

ได้เคยมีการศึกษา ถึงอัตราการเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง จากการปัจจัยต่างๆดังนี้ ว่าจะมีโอกาสเกิดได้สูงกี่เท่า ดังตารางต่อไปนี้

ลักษณะของไฝ
อัตราเสี่ยง (เท่า)
มีไฝ ขนาด หรือรูปร่างเปลี่ยนแปลง
สูงมาก
อายุมากกว่า 15 ปี เมื่อเทียบกับอายุน้อยกว่า 15 ปี
88
ผิวขาว เมื่อเปรียบเทียบกับคนผิวดำ
20
มีไฝขนาดใหญ่ตั้งแต่ 2 มม. ขึ้นไป 50 เม็ด
4-54
มีไฝขนาดใหญ่ตั้งแต่ 5มม. ขึ้นไป 5 เม็ด
7-10
มีไฝขนาดใหญ่ตั้งแต่ 5มม. ขึ้นไป 12 เม็ด
41
เคยเป็น มะเร็งผิวหนัง Melanoma มาก่อน
9
มีญาติสายตรงเป็น มะเร็งผิวหนัง Melanoma
8
มีภาวะถูมิคุ้มกันบกพร่อง
4
มีไฝ เป็นมาแต่กำเนิด
2-21

เรียบเรียงและค้นคว้าโดยนพ.จรัสพล รินทระ………………..13 September,2003

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่