แผลเป็นรอยแดง รอยดำสิว - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : [email protected]

หมวดสิว

แผลเป็นรอยแดง รอยดำสิว

Post-Inflammatory-Hyper-Pigmentation

การมีใบหน้าที่เกลี้ยงเกลา เนียนใส ไร้ตำหนิบนใบหน้า เป็นด่านแรก ที่เรียกความมั่นใจและกำลังใจแก่ท่านในการที่จะทำกิจการใดๆ เมื่อย่างก้าวออกจากบ้าน การดูแลรักษาผิวหน้าเมื่อมีปัญหา จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรใส่ใจ

ปัญหาแผลเป็นสิว มักเกิดจากสาเหตุการมีปัญหาสิวมาก่อน ทั้งสิวอุดตัน และสิวอักเสบ โดยเมื่อมีการแก้ไขที่ไม่ถูกวิธีจึงทำให้เกิดรอยแผลเป็นตามมา เช่น เมื่อสิวอักเสบแตกหรือยุบตัว จากการกด บีบ หรือแตกเอง ก็เกิดรอยหลุมขึ้น หรือสิวอุดตันหรือสิวอักเสบขนาดเล็ก ที่รักษาไม่ถูกวิธี มีการกดหรือบีบสิวอย่างผิดวิธี ก็เกิดรอยดำ รอยหลุม ได้

ชนิดของแผลเป็นสิว( Classification of Acne scars)

1. สีผิวผิดปกติ ( Surface discolorations) แบ่งย่อยได้เป็น

1.1 รอยแดงจากสิว(Postinflammatory reddness):มักพบและเกิดขึ้นได้บ่อยๆ เมื่อสิวอักเสบ เริ่มจะหาย หรือเกิดจากสาเหตุของสิวอักเสบ ค่อนข้างรุนแรง เมื่อยุบตัว ยังเหลือรอยแดงให้หลงเหลืออยู่

reddness
แนวทางการรักษา: ปกติมักจะจางหายไปได้เอง ภายใน 1-4 อาทิตย์ แล้วแต่ความรุนแรงของการเกิดสิว และสภาพสีผิวในแต่ละคน โดยในคนผิวขาวจะหายได้ช้ากว่าคนสีผิวคล้ำ การทาครีมลดการอักเสบ และการยิงด้วยเลเซอร์วีบีม ซึ่งเลเซอร์นี้เป็นเลเซอร์เฉพาะที่รักษารอยแดงจากสิว ปานแดง ที่ได้ผลดีสุด และเป็นมาตรฐานสากล หลัังทำควรจะการทาครีมกันแดด และการเลี่ยงแดด จะช่วยป้องกันมิให้เกิดรอยคล้ำจากการไหม้แดด

v beam 2ภาพก่อนหลังการยิงรอยแดงอักเสบจากสิวด้วยเลเซอร์วีบีม 3 ครั้ง
1.2 รอยดำจากสิว (Postinflammatory hyperpigmentation): เกิดขึ้นได้เป็นลักษณะเป็นวงๆ สีน้ำตาลแดงจนถึงสีเข้ม รอยดำจากสิว มักจะเกิดจากการกดหรือบีบสิว แต่ในบางครั้งก็เกิดได้เองในบางคนที่การสมานแผลไม่ดี พบได้บ่อยในคนผิวคล้ำมากกว่าคนผิวขาว มักจะเป็นชั่วคราว แล้วจะ ค่อยๆ จางไปเอง แต่ในบางรายที่อาจจะใช้เวลา นานเป็น 8-12 เดือน จึงมีการแก้ไขให้จางเร็วขึ้นดังนี้

PIH

        แนวทางการรักษา: 

1.2.1 Chemical Peeling: โดยการแต้มด้วยกรดเข้มข้น เช่น 50-70 % AHAs หรือ 30-50% TCA กลไกการรักษา ก็คือ การทำให้เซลล์ผิวชั้นนอกบริเวณรอยดำ หลุดลอกออกช้าๆ มักจะนิยมทำทุก 2-3 อาทิตย์จนกว่าจะจางเป็นปกติ
1.2.2 Whitening Creams (ครีมลดรอยดำสิว) ซึ่งมีอยู่หลายตัว เช่น กลุ่ม AHA,Albutin,Kojic acid,Licorice ทาบริเวณที่เป็นรอยดำ ก็จะช่วยให้ค่อยๆ จางลงได้

223_1

หลักการทำ Peeling เพื่อผลัดผิวด้านบนให้หลุดลอก

1.2.3 Iontophoresis : โดยใช้ครีมหรือเจลที่มีฤทธิ์เป็น Whitening agents ที่นิยมก็คือ วิตามินเอ และวิตามินซี โดยทำให้เนื้อครีมซึมได้ลึกกว่าการทาครีมปกติ จึงช่วยฟอกสีให้จางได้ในกรณีที่รอยดำลึกลงไปในชั้นหนังกำพร้าหรือหนังแท้

223_2

สาธิตขั้นตอน การทำไอออนโต ในการรักษารอยดำสิว

 

1.2.4 การกรอผิวหน้าด้วยเกร็ดอัญมณี (Microdermabrasion ) โดยการกรอผิวหน้า ให้หลุดลอกออกด้วยเกร็ดอัญมณีขนาดเล็กมาก ตรงบริเวณรอยดำของสิว ก็จะช่วยให้หายเร็วขึ้นเช่นกัน

Microdermabrasion
1.2.5 การทาครีมกันแดด และเลี่ยงแดด เพื่อป้องกันมิให้รอยดำเป็นมากขึ้นจากรังสี UBA และ UVB
1.2.6 การกำจัดออกด้วยเลเซอร์ชนิด Pigment Laser (Q-Swithced Nd:YAG ) เช่น Revlite ,Medlite C-6 จัดเป็นการรักษารอยดำที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบัน แก้ปัญหาได้ทั้งรอยดำตื้น หรือรอยดำลึก และใช้ได้กับทุกที่ของร่างกาย  เพราะถือว่าเป็นเลเซอร์เม็ดสี ที่มีพลังงานสูงสุดและสม่ำเสมอ และเป็นเลเซอร์เม็ดสีที่ได้มาตรฐานสากล พลังงานสม่ำเสมอ เกิดผลข้างเคียงน้อยกว่า  Q-Swithced Nd:YAG  ที่ผลิตจากจีน หรือเกาหลี หลักการทำงานจะทำให้รอยดำค่อยๆ จางลง อย่างนุ่มนวล ไม่ทำให้เกิดรอยไหม้ดำ หรือรอยด่าง แต่ทั้งนี้ผลการรักษา ก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ที่ทำการรักษาด้วย

revlite3   Revlite 4ภาพก่อนหลังการยิงรักษารอยดำสิวด้วย Revlite laser 3 ครั้ง

เรียบเรียงและค้นคว้าใหม่ โดยนพ.จรัสพล รินทระ

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่