เสริมจมูก ด้วยวิธีผ่าตัด - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : [email protected]

เวชศาสตร์ความงาม

เสริมจมูก ด้วยวิธีผ่าตัด

Nasoplasty 1
การเสริมจมูก
เป็นการทำศัลยกรรมที่นิยมกันมากที่สุดวิธีหนึ่งหนึ่งในแถบเอเซีย เนื่องจากโครงหน้าของชาวตะวันออก มักจะมีจมูกที่ไม่เป็นสันโด่งสวยงาม เหมือนทางตะวันตก การเสริมจมูกมีด้วยกันหลากหลายวิธีในปัจจุบัน แต่แบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 2 กรรมวิธี ก็คือ การทำผ่าตัดและการไม่ต้องผ่าตัด แต่ละวิธีก็มีจุดเด่น จุดด้อยแตกต่างกัน บทความนี้จะนำเสนอเรื่องการเสริมจมูกด้วยการผ่าตัดในปัจจุบัน ให้ทราบพอสังเขป ประกอบการตัดสินใจสำหรับท่านที่ต้องการเติมให้สวย เพิ่มให้หล่อ ดังนี้

การเสริมจมูกด้วยการผ่าตัด เป็นการทำศัลยกรรมตกแต่งที่มีนานหลายทศวรรต นิยมทำโดยศัลยแพทย์ตกแต่ง หรือศัลยแพทย์ทั่วไปที่ได้รับการอบรม แพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก แพทย์ทั่วไปที่ผ่านการฝึกอบรมจากสมาคมศัลยแพทย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นการผ่าตัดเสริมอย่างถาวร โดยมีวัสดุที่นิยมใช้ดังต่อไปนี้

Nasoplasty 2

1. แท่งซิลิโคน(medical grade silicone) โดยการผ่าตัดผ่านทางรอยผ่าตัดขนาดเล็กที่ด้านในของจมูก ซึ่งแผลผ่าตัดนี้จะมองไม่เห็น แพทย์จะเริ่มผ่าตัดโดยการออกแบบซิลิโคนให้เข้ากับรูปหน้า และโครงจมูกก่อน จากนั้นจึงเริ่มการเสริม โดยการฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณรอบจมูก บางรายอาจใช้ยานอนหลับร่วมด้วย โดยการฉีดหรือรับประทาน(ในกรณีที่ผู้ป่วยตื่นเต้นหรือกลัวมาก) แต่ส่วนใหญ่แล้วใช้ยาชาเฉพาะที่ก็เพียงพอแล้ว หลังผ่าตัดก็สามารถกลับบ้านได้ทันที แพทย์จะนัดมาดูอีกหลังผ่าตัด 1 อาทิตย์ เพื่อตัดไหมและตรวจดูความเรียบร้อย

Nasoplasty 3

Nasoplasty 4

จุดเด่น: 

  1. ราคาแตกต่างกัน แล้วแต่งบประมาณ ประมาณ 6,000-300,000 บาท
  2. จัดแต่งรูปทรงได้ตามต้องการ
  3. คงอยู่ได้ถาวรตลอดไป
  4. ถ้าไม่พอใจ หรือมีปัญหา ก็สามารถแก้ไขผ่าตัดออกได้ง่าย
  5. โอกาสแพ้หรือทำให้เกิดเสียตามมาน้อยมาก

จุดด้อย: 

  1. อาจจะต้องหยุดพักฟื้นหลังผ่าตัด เพราะแพทย์บางท่านอาจใช้ plaster ปิดบริเวณสันจมูกหรืออาจใช้เฝือกดามบริเวณสันจมูกด้วย ทำให้ไม่สะดวกในการเดินทางกลับบ้าน หรือไปทำงาน ( แต่ในบางท่านก็ไม่ต้องมีการปิดแผลบริเวณจมูกเลย สามารถเดินทางกลับบ้านโดยที่คนทั่วไปอาจไม่สังเกตเห็นความผิดปกติ นอกจากอาการบวม)
  2. มีอาการบวมหลังผ่าตัดได้ ประมาณ 3-7 วัน
  3. จมูกอักเสบได้หลังผ่าตัด จากการติดเชื้อได้จากบาดแผลที่ทำผ่าตัด
  4. เมื่อระยะเวลานานไป จมูกอาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติ เห็นขอบสันชัดเจน
  5. สัมผัสแล้วไม่นุ่มเหมือนผิวหนังปกติ
  6. ต้องระมัดระวังมิให้เกิดการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เพราะทำให้จมูกเบี้ยงเอียง ผิดรูปได้
  7. สันจมูกจะสูงเกินไป จรดแนวหัวคิ้ว ดูยังไงก็รู้ว่าทำดั้งมา ยกเว้นแพทย์จะมีฝีมือมากๆ (หาได้น้อย และแพงมาก)

2. Goretex เป็นแผ่นสารสังเคราะห์อย่างหนึ่งที่ประกอบด้วย Porous polytetrafluroethylene ซึ่งใช้ในการใส่เข้าไปในร่างกายได้ มีปฏิกริยาต่อร่างกายไม่มากนัก เมื่อใส่เข้าไปแล้วจะมีการสร้างพังผืดเข้าไปล้อมและแทรกเข้าไปในแผ่น goretex ด้วย ขั้นตอนการทำผ่าตัดคล้ายคลึงกับการเสริมด้วยแท่งซิลิโคน แต่ในเมืองไทย มีแพทย์ไม่กี่คนที่นิยมทำด้วยวิธีนี้ มักจะนิยมทำในต่างประเทศ นอกจากนี้ แผ่น Goretex นี้ยังนิยมนำมาเสริมในตำแหน่งที่ใช้ริมฝีปาก ที่ปลายจมูก สันจมูก ร่องแก้ม อีกด้วยและเป็นที่นิยมทำมากกว่าการเติมที่จมูก

Gore-tex_noseGore-tex_nose2

จุดเด่น: 

  1. จัดแต่งรูปทรงได้ตามต้องการได้ง่ายกว่าแท่งซิลิโคน
  2. เติมร่องหรือรอยบุ๋มบางส่วนได้
  3. คงอยู่ได้ถาวรตลอดไป
  4. ถ้าไม่พอใจ หรือมีปัญหา ก็สามารถแก้ไขผ่าตัดออกได้ แต่ก็ยากกว่าการเสริมด้วยแท่งซิลิโคน เพราะจะติดกับเนื้อเยื่อภายใน
  5. โอกาสแพ้หรือทำให้เกิดเสียตามมาน้อย

จุดด้อย: 

  1. อาจจะต้องหยุดพักฟื้นหลังผ่าตัดเช่นเดียวกับการทำการเสริมด้วยแท่งซิลิโคน และมีแพทย์ไม่กี่ท่านที่นิยมทำด้วยวิธีนี้
  2. มีอาการบวมหลังผ่าตัดได้ ประมาณ 3-7 วัน แต่น้อยกว่าการเสริมด้วยแท่งซิลิโคน
  3. จมูกอักเสบได้หลังผ่าตัด จากการติดเชื้อได้จากบาดแผลที่ทำผ่าตัด
  4. การใช้ goretex เสริมได้ในปริมาณไม่มากเนื่องจากเป็นแผ่น หากจะใช้ให้ได้ความสูงหรือนูนต้องม้วนจึงจะได้ความนูน
  5. สัมผัสแล้วไม่นุ่มเหมือนผิวหนังปกติ อาจสังเกตเห็นขอบได้ถ้าไม่ระมัดระวังในการทำ
  6. ต้องระมัดระวังมิให้เกิดการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เพราะทำให้จมูกเบี้ยงเอียง ผิดรูปได้
  7. มีราคาแพง ประมาณ 15,000-30,000 บาท

เรียบเรียงและค้นคว้าใหม่โดย นพ.จรัสพล รินทระ …ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด…6 August,2013

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่