เริมที่ปาก( Herpes Orolabialis) - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : [email protected]

ผิวหนัง

เริมที่ปาก( Herpes Orolabialis)

Herpes Orolabialis

เริมที่ปาก เป็นสาเหตุการเกิดแผลในปาก และริมฝีปากที่พบได้บ่อยที่สุดโรคหนึ่ง เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ชื่อ Herpes simplex virus type 1(HSV1) ในขณะที่ การติดเชื้อเริมที่ อวัยวะเพศ เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ชื่อ Herpes simplex virus type 2 (HSV2)

การติดต่อ โดยการสัมผัสกับผู้ที่มีเชื้อ หรือ การใช้ภาชนะอาหารที่ไม่สะอาดเพียงพอร่วมกับผู้ที่มีเชื้อเริม และไม่มีอาการให้เห็นขณะที่มีการติดเชื้อ โดยพบว่าในน้ำลายของผู้ที่มีเชื้อเริมที่ไม่ปรากฏตุ่มน้ำให้สังเกตเห็น สามารถติดต่อได้ ถึงร้อยละ 5 ในผู้ใหญ่ และร้อยละ 20 ในเด็ก ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะป้องกัน

ลักษณะอาการที่พบ 

 การติดเชื้อครั้งแรก: – มักเกิดขึ้นในเด็ก ส่วนใหญ่ไม่มีอาการให้เห็น หรืออาจพบเพียงตุ่มน้ำพองใสบริเวณรอบริมฝีปาก และภายในช่องปาก แล้วแตกเป็นแผลถลอก อาจมีอาการเจ็บปวด แสบร้อน อาการมักดีขึ้น ภายใน 1 สัปดาห์ ในขณะที่มีอาการ สามารถแพร่เชื้อได้ตลอดเวลา
 การติดเชื้อซ้ำ: – มักพบได้ในผู้ใหญ่ โดยมีกลุ่มตุ่มน้ำเกิดขึ้นบริเวณริมฝีปาก อาจแตกเป็นแผลตื้นๆ ได้ มีอาการปวดแสบร้อน และบางครั้งอาจพบอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อ่อนเพลีย หรือมีไข้ต่ำๆ

เริมที่ปากในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ในผู้ป่วยติดเชื้อ HIV มักพบได้รุนแรง อาจจะเป็นแผลเรื้อรังที่ริมฝีปากหรือบริเวณมุมปาก และเกิดการอักเสบหนองลุกลาม

แนวทางรักษา: 

1. ในการรักษาโรคเริมที่ปากมักไม่หายขาด เนื่องจากเชื้อมักจะหลบอยู่ที่ไขสันหลัง เมื่อเกิดภาวะร่างกายอ่อนแอ เครียด อาจมีอาการซ้ำได้
2. ในรายที่เพิ่งได้รับการติดเชื้อเริมครั้งแรก แพทย์อาจให้รับประทานยา Acyclovir วันละ 200 มก. ทุก 5 ชั่วโมง นาน 7-10 วัน พร้อมกับการทายาบริเวณรอยโรค อาจทำให้อาการรุนแรงลดลง และย่นระยะเวลาการหายของโรค
3. ในรายที่เป็นซ้ำ ไม่จำเป็นต้องรับประทานยา ใช้ยาทาบริเวณแผล ก็จะทำให้หายได้ภายใน 2-3 วัน
4. ในรายที่ติดเชื้อรุนแรง และมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจต้องพบแพทย์ และนอนรพ. เพื่อให้ยาฉีดเข้าเส้นเลือดดำ เพื่อป้องกันการลุกลามรุนแรง

เรียบเรียงใหม่ โดย นพ.จรัสพล รินทระ

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่