เซลล์ลูไลท์ (Cellulite) ศัตรูตัวร้ายสำหรับผู้หญิง ! - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : [email protected]

ลดน้ำหนัก

เซลล์ลูไลท์ (Cellulite) ศัตรูตัวร้ายสำหรับผู้หญิง !

Cellulite1

เซลลูไลท์ (Cellulite) เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีเป็นต้นไป และทำให้เกิดความกังวล ด้านความสวยงามไม่แพ้โรคอ้วน เซลลูไลท์ คือ ก้อนไขมันใต้ผิวหนังที่ทำให้ผิวหนังแลดูตะปุ่มตะป่ำเหมือนเปลือกผิวมะกรูด เชื่อว่าเกิดจากการที่ไขมันเคลื่อนตัวสูงขึ้นมาอยู่ในชั้นของผิวหนัง หรือเกิดจากการที่มีการไหลเวียน ของระบบเลือดในบริเวณนั้นลดลง การคั่งของน้ำเหลือง และฮอร์โมนที่ไม่สมดุล เหตุผลที่ไขมันส่วนนี้ดูเป็นก้อนตะปุ่มตะป่ำ เพราะไขมันใต้ผิวหนังบางครั้งมีจำนวนมากจนกลายเป็นก้อนไขมัน ซึ่งแต่ละก้อนจะมีเปลือกเหนียวๆ หุ้ม ทำให้แลดูภายนอกเห็นเป็นลอนๆ ของก้อนไขมัน

บริเวณที่มีการสะสมของเซลลูไลท์มากก็คือ บริเวณต้นขา ต้นแขน หน้าท้อง รอบเอว และสะโพก เราสามารถตรวจสอบเซลลูไลท์ ด้วยตัวเองโดยใช้วิธีง่ายๆ คือหงายท้องแขนแล้วใช้มืออีกข้างบิดแขน ถ้าพบกับผิวหนังที่มีลักษณะขรุขระเป็นก้อนคล้ายผิวส้ม นั่นคือเซลลูไลท์ ซึ่งจะไม่เรียบเนียนเหมือนไขมันทั่วไป

เซลลูไลท์ จัดแบ่งตามลักษณะทางคลินิก ได้เป็น 4 ประเภท คือ

274_1

  1. Hard Cellulite : พบได้บ่อยในผู้หญิงที่อายุน้อย ( 20-40 ปี) และมีการออกกำลังกายเป็นประจำ ลักษณะจะเป็นก้อนแข็ง เมื่อบีบตามร่างกาย จะเป็นก้อนๆ เล็กๆ พบได้บ่อยบริเวณตะโพก บั้นท้าย
  2. Flaccid Cellulite : พบได้ผู้หญิงที่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไปไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ลักษณะจะเป็นก้อนไขมันนุ่มๆ มีการหย่อนคล้อย กล้ามเนื้ออ่อนเหลว พบได้บ่อยบริเวณ ท้องแขน คาง รอบเอง หน้าท้อง
  3. Edematous Cellulite : มักจะพบจากการไหลเวียนของโลหิตไม่ดี การคั่งของน้ำเหลือง ทำให้ลักษณะเหมือนการบวมน้ำ กดบุ๋ม พบได้บ่อยที่ต้นขา ตะโพก จะพบว่าผิวหนังมักจะดูบอบบางเห็นเส้นเลือด บวมๆ
  4. Mixed Cellulite: มักจะพบได้บ่อยที่สุด ซึ่งในคนๆ เดียว อาจจะพบ Cellulite ทั้งแบบ 1-3 ได้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย

แนวทางการป้องกันและรักษา Cellulite

1. ควบคุมอาหาร และป้องกันมิให้อ้วนเพิ่มขึ้น : จะช่วยป้องกันการสะสมของไขมันเพิ่มขึ้น เลือกรับประทานอาหารที่ต้านเซลลูไลท์ เช่น พืชผักผลไม้ให้มากขึ้น เพราะวิตามินอีและซีจะช่วยให้ผิวหนังกระชับขึ้น และอาหารกลุ่มที่มีกรดไขมัน ถั่ว น้ำมันปลา เมล็ดพืช จะช่วยการไหลเวียนของโลหิตให้มากขึ้น นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงกลุ่มอาหารคาร์โบไฮเดรต ไขมันสูง ของหวาน อาหารรสเค็ม ไขมันสัตว์ กาแฟ แอลกอฮอล์ เพราะสิ่งเหล่านี้ยากที่จะขจัดออกจากร่างกาย
2. การออกกำลังกาย : พบว่าการออกกำลังกายอาจทำให้ผิวที่ตะปุ่มตะป่ำดูดีขึ้น เพราะการออกกำลังกายทำให้เกิดการเผาผลาญ ไขมันเป็นพลังงานทำให้ก้อนไขมันมีขนาดเล็กลง นอกจากนั้น การออกกำลังกายยังทำให้กล้ามเนื้อมีขนาดโตขึ้น ซึ่งกล้ามเนื้อที่โตขึ้นมักมีขนาดสม่ำเสมอ (ไม่เหมือนก้อนไขมันที่เวลาโตมักแลดูตะปุ่มตะป่ำ) จึงทำให้แลดูว่าผิวเรียบขึ้น
3. การนวด : โดยใช้ฝ่ามือนวดไปมาลงน้ำหนักที่ละน้อย เริ่มจากหัวไหล่เพื่อลดบริเวณแขน ส่วนบริเวณหน้าท้อง ก็ใช้ฝ่ามือทั้งสองนวดสลับกันจากหน้าท้องถึง หน้าอก บริเวณสะโพกนั้นลูบขึ้นในลักษณะเดียวกัน และบริเวณเรียวขา เริ่มตั้งแต่ข้อเท้าไล่ขึ้นมาจนถึงบริเวณขาอ่อน นวดให้ทั่วทั้งด้านหน้าและด้านหลังของเรียวขา ซึ่งอาจจะ ใช้ควบคู่กับครีมลดไขมันเฉพาะส่วน หรือใช้เครื่องนวดที่จะไปกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและทำให้เซลลูไลท์แตกตัว แต่ได้ผลไม่ค่อยดีนัก ช่วยในเรื่องของการกระชับชั่วคราวมากกว่า
4. Mesotherapy : การฉีดตัวยาหรือสารอาหารสู่ชั้นไขมันด้วยเข็มดิจิตอลขนาดเล็กมาก ทำให้กระบวนการเกิดไขมันถูกขัดขวาง ไม่สะสม ทำให้เกิดการสลายไขมัน ทำให้เซลล์ไขมันจะมีลักษณะทางกายภาพเปลี่ยนไป และเป็นการกระตุ้นให้เซลลูไลท์ หรือไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ถูกขับออกมา วิธีการนี้ มีการพัฒนาตัวยาฉีดหลากหลายสูตร สำหรับเซลลูไลท์แต่ละประเภท เป็นวิธีนี้อาจจะไม่เหมาะกับคนที่มีเซลลูไลท์มากๆ เพราะอาจจะต้องแทงเข็มจุด ทำให้ฟกช้ำได้มาก และต้องทำหลายๆ ครั้ง นอกจากนี้อาจมีจุดแดง อาการคัน เกิดขึ้นได้

262_2

ภาพประกอบก่อน-หลังการสลายเซลลูไลท์ด้วย Mesotherapy

5..Carboxytherapy : เป็นเครื่องมือที่นำมาทำการรักษาและขจัดไขมันส่วนเกิน หรือเซลลูไลท์แบบใหม่ โดยการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ เข้าไปที่ชั้นไขมัน ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าเป็นเทคนิคที่ง่าย สะดวกสบายและมีประสิทธิภาพสูงในการลดไขมันเฉพาะที่ ขจัดเซลลูไลท์ รอยแตกลาย และความหย่อนคล้อยของผิวหนังได้อย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีนี้ แพทย์จากประเทศฝรั่งเศส คือกลุ่มแรกที่มีการนำมาใช้เมื่อประมาณปี ค.ศ. 1932 และขยายความนิยมสู่อิตาลี ในปี ค.ศ.1990 จากนั้น ก็ได้รับการยอมรับและนิยมใช้อย่างแพร่หลายทั้ง ในเอเชียและยุโรป  ก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ จะทำงานแบ่งเป็น 2 ส่วน ดังนี้
1.ก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ จะทำหน้าที่กำจัดและทำลายเซลล์ไขมันได้เป็นอย่างดี
2. ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จะทำหน้าที่เพิ่มการไหลเวียนของเลือดได้ดียิ่งขึ้น

     แต่การสลายไขมันด้วยวิธี คาร์บ๊อกซี่เธอราปี ไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนักในปัจจุบัน เนื่องจากคนไข้มักจะทนความเจ็บปวดจากการอัดของแกซไม่ไหว และกรณีเซลลูไลท์ที่หนาและพอกพูนมากๆ จะมีเส้นใยพังผืดรัดแน่น ทำให้แก๊ซไม่สามารถจะกระจายได้อย่างทั่วถึง มีบางคน กลัวเรื่องแกซจะวิ่งในตามกระแสเลือดแล้วไปทำให้เส้นเลือดอุดตัน จึงทำให้การทำคาร์บอกซี่ลดน้อยลงมาก

312_3

ภาพประกอบก่อน-หลังการสลายเซลลูไลท์ด้วย Carboxytherapy

6. X Wave therapy คือเทคโนโลยี่ใหม่ล่าสุดในการสลายเซลลูไลท์ โดยผลิตจากบริษัท  BTL  Medical Technology Ltd. ประเทศอังกฤษ โดยใช้คลื่นความสั่นสะเทือน Acoustic wave technology ในการไปสลายไขมันและเซลลูไลท์ โดยได้รับการรับรองผลจาก US FDA ว่าเป็นเครื่องมือที่สามารถลดและแก้ไขปัญหาเซลลูไลท์อย่างได้ผล โดยไม่ต้องเจาะหรือฉีดให้เจ็บตัว (new US FDA approved non-invasive aesthetic device for reduction of cellulite using acoustic wave technology)    หลักการทำงานของ X Wave therapy  คือ จะมีการปล่อยคลื่นการสั่นสะเทือนแบบเฉพาะผ่านหัวคล้ายๆ กับการนวด(acoustic massage tip as a conductive electrode delivering electable electrical waveform pulses) ไปยังบริเวณที่ต้องการจะรักษา ตัวคลื่นจำเพาะนี้จะสามารถไปทำลายเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ยึดติดกันเป็นก้อน เซลลูไลท์ให้แตกตัว และการนวดสั่นสะเทือนจะทำให้ก้อนไขมันแตกตัว และเพิ่มการหมุนเวียนของเลือดและระบบน้ำเหลืองให้ดีขึ้น เพื่อให้ไขมันที่แตกตัว ขับออกจากร่างกายทางระบบน้ำเหลือง และปัสสาวะ โดยในขณะที่ทำ จะรู้สึกสบายตัว ไม่เจ็บ ไม่มีบาดแผลฟกช้ำหลังทำ

   ปัจจุบัน การขจัด Cellulite แบบไม่ผ่าตัด X-Wave Therapy ถือได้ว่า เจ็บตัวน้อยสุด สามารถทำได้กับทุกบริเวณในร่างกาย ไม่ว่าเซลลูไลท์จะมีขนาดเท่าใด ไม่มีผลข้างเคียง เพราะไม่ต้องแทงเข็มให้เจ็บตัว ใช้เวลาทำไม่นาน และถ้าทำควบคู่กับการลดไขมันและกระชับสัดส่วนด้วยเครื่อง Exilis Elite ซึ่งเป็น Monopolar RF + Continous Ultrasounก จะยิ่งได้ผลมากขึ้น

Cellulite3ภาพประกอบก่อน-หลังการสลายเซลลูไลท์ด้วย X-Wave Therapy

ส่วนอาหารเสริมใดๆ ที่อ้างว่าสามารถรักษาเซลลูไลต์ได้ผลนั้น ยังไม่มีข้อพิสูจน์ด้วยหลักเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ว่าจริงดังกล่าวอ้าง แม้แต่การใช้สายพาน เขย่าสั่นก้นและต้นขา ก็ไม่ลดก้อนไขมันนี้ เพราะไม่เกิดการเผาผลาญไขมันได้จริง ถ้าในความเห็นของผู้เขียนคิดว่า วิธีการรัคือ การควบคุมอาหาร ลดน้ำหนักและออกกำลังกายสม่ำเสมอ เป็นอันดับแรกก่อน ถ้าได้ผลไม่เป็นที่น่าพอใจ จึงค่อยทำการด้วยวิธีอื่นๆ เพราะ เซลลูไลท์ต้องใช้เวลาในการกำจัดเพราะกว่าจะสลายตัว และกลับมาสู่กระบวนการขับของเสียออกจากร่างกายได้อาจจะต้องใช้ เวลาสักหน่อยแต่จะอย่าเพิ่งถอดใจเสียก่อนที่จะสำเร็จนะครับ ไม่เช่นนั้นความพยายามตั้งแต่แรกจะเสียเปล่า

เรียบเรียงและค้นคว้าโดย นพ.จรัสพล รินทระ.

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่