เคล็ดลับในการฉีดฟิลเลอร์ทีสร้างความต่างอย่างมืออาชีพ - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : [email protected]

เวชศาสตร์ความงาม

เคล็ดลับในการฉีดฟิลเลอร์ทีสร้างความต่างอย่างมืออาชีพ

                                                                                                                    fillers2

  • การฉีดฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็ม ในปัจจุบัน เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในแวดวงความงาม และสารฟิลเลอร์ที่แพทย์นิยมฉีดกันในปัจจุบัน ก็จะเป็นสารกลุ่ม HA ( Hyaluronic acid) เป็นสารตัวนี้สังเคราะห์เลียนแบบคอลลาเจนตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์  และจัดเป็นสารที่ปลอดภัย(ต้องผ่านอย.ด้วย)  โอกาสแพ้น้อยมาก  และยังสามารถฉีดสลายออกไปได้
  • เนื่องจากความนิยมในการฉีดฟิลเลอร์กลุ่ม HA ได้มีมากขึ้น จึงได้ผลิตออกมาแข่งขันกันหลากหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อก็แบ่งย่อยได้อีกหลายรุ่น ขึ้นอยู่กับปริมาณความเข้มข้น ( % HA) ความหนืด (Viscosity ) ความสามารถในการอุ้มน้ำ ระยะเวลาของสาร HA ซึ่งการเลือกแต่ละยี่ห้อ และรุ่น จะแตกต่างกัน  แล้วแต่วัตถุประสงค์ของแพทย์ในการนำฟิลเลอร์มาแก้ไขปัญหาอะไร จากเดิมแค่มาเพื่อเป็นสารเติมเต็ม ปัจจุบันฟิลเลอร์ได้นำมาแก้ปัญหาอื่นๆ ได้มากขึ้นดังน
    จุดประสงค์ของการฉีดฟิลเลอร์ของแพทย์ในปัจจุบันcosmetic-injections
    1. เพื่อเติมเต็มส่วนที่พร่องไป ( Volumn loss ) ไม่ว่าจะเป็นเบ้าตาลึก ร่องแก้มลึก ฉีดเติมเสริมฉีดเติมขมับที่บุ๋ม ฉีดเติมรอยหลุม  ฯลฯ
    2. ฉีดเพื่อยกกระชับ ( Filler Lifting )  พบว่าเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายเราก็ย่อมมีการหย่อนคล้อยของผิวหน้า ถ้าสาเหตุของการหย่อนคล้อยเกิดจากการขาดคอลลาเจน การฉีดฟิลเลอร์สามารถจะช่วยแก้ปัญหาหย่อนคล้อยให้กระชับขึ้นได้ โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมือ เช่น Thermage หรือ Ulthera เช่นการฉีดยกโหนกแก้ม ฉีดขอบคางให้คมขึ้น ลดการหย่อนคล้อย
    3. ฉีดเพื่อยกให้สูงหรือเด่นขึ้น ( Projections) สำหรับบางคนที่ต้องการจะ remodelling หน้าใหม่ แต่ไม่อยากจะทำศัลยกรรม การฉีดฟิลเลอร์ยังสามารถจะปรับเปลี่ยนโครงหน้าให้ดูดีขึ้นจากเดิมได้ เช่น ฉีดเสริมจมูกให้โด่ง การฉีดหน้าผากให้ดูอวบอิ่มขึ้น การฉีดปรับแนวกรอบหน้าให้ดูเล็กลง การฉีดเพิ่มโหนกแก้มให้หน้ามีมิติขึ้น การฉีดให้หน้าดูหวานขึ้น หรือคมเข้มขึ้น  เป็นต้น
    4. ฉีดเพื่อให้ความชุ่มชื้นกับผิว (Skin booster) เนื่องจากอายุที่มากขึ้น ผิวหน้าจะสูญเสียความชุ่มชื้นผิว ผิวหน้าแห้งลง การฉีดฟิลเลอร์ในปัจจุบันสามารถสร้างความชุ่มชื้นให้ผิวให้ดูเปล่งปลั่งดูอ่อนเยาว์ได้เช่นกัน
    เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ที่สร้างความต่างอย่างมืออาชีพ
    soft-tissue-fillers
    1. ความลึกตื้นการในฉีดฟิลเลอร์ ( Injection Plan or Depth of designed injection )
    A. ฉีดชั้นหนังแท้ชั้นบน(Intra-dermal Augmentation) เหมาะกับการฉีดเพื่อให้ความชุ่มชื้นกับผิว หรือปรับสภาพผิวให้เต่งตึง หรือริ้วรอยเหี่ยวย่นเล็กๆ เช่นรอบดวงตา โดยจะเลือกชนิดของฟิลเลอร์ ที่มีความเข้มข้นของ HA  ต่ำ ที่มีความหนืดเบาบาง กระจายตัวได้ง่าย ไม่จับตัวเป็นก้อน เช่น  restylane vital light,juvederm vobella ,perfectha derm
    B. ฉีดชั้นหนังแท้ชั้นล่าง หรือไขมันส่วนบน (Sub-dermal Augmentation ) เป็นการฉีดเพื่อปรับแต่งโครงหน้า หรือ remodelling เติมริมฝีผากให้อิ่ม ริ้วรอยเล็กๆ เพื่อเพิ่อให้เกิดการ Projections ให้ดูเด่นขึ้น แต่ไม่มากนัก โดยจะเลือกชนิดของฟิลเลอร์ที่หนืดมากขึ้นกว่าในแบบ A  หรือใช้แบบชนิดเดียวกันก็ได้ แต่ฉีดลึกขึ้น restylane vital ,juvederm ultra  ,perfectha deep
    C. ฉีดชั้นไขมัน (Sub-cutaneous Augmentation)  เป็นการฉีดแบบสารเติมเต็มดั้งเดิมที่เคยฉีดมา หรือทดแทนคอลลาเจนที่หายไป ( Volumn loss) เช่นการฉีดเติมร่องแก้ม ร่องตาลึก เติมขมับ โดยจะเลือกชนิดของฟิลเลอร์ที่มีความเข้มข้นของสาร HA มากขึ้นกว่าแบบ A และ B และมีความหนืดมากขึ้น จับตัวมากขึ้น เช่น restylane,juvederm ultra plus
    D. ฉีดฟิลเลอร์วางบนกระดูก (Supra-periosteum Augmentation)  หลักๆ เพื่อต้องการยกกระชับ ( Filler Lifting ) ในกรณีที่การหย่อนคล้อยของคอลลาเจน  และในบางคน มีการสูญเสียความหนาแน่นของกระดูกด้วย    หรือทำให้เกิดสูงเด่นขึ้น (Projections ) แล้วเพื่อหวังผลไม่ให้มีลักษณะจับตัวเป็นก้อน ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ และเป็นการหลีกเลี่ยงการฉีดไปโดนเส้นเลือด  นิยมนำมาฉีดในคนที่มีปัญหาเบ้าตาลึก เสริมดั้งจมูก ฉีดเสริมคาง ตกแต่งขอบคาง หรือฉีดเติมหน้าผากให้โหนกนูนอย่างเป็นธรรมชาติ  โดยจะเลือกชนิดของฟิลเลอร์ที่มีความเข้มข้นของสาร HA มากขึ้นกว่า แบบ A,B,C  และมีความหนืดมากขึ้น จับตัวมากขึ้น เช่น perlane,juvederm voluma,perfectha subcutaneous  จริงๆ วิธีนี้ไม่ใช่เทคนิคใหม่ที่บางท่านนำมาอ้างว่าได้คิดค้นขึ้นมาเอง มีเขียนไว้ในตำราและแพทย์หลายๆ ท่านก็ได้ใช้อยู่แล้ว เพียงแต่มานิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะสามารถลดผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ได้
     2. ชนิดของเข็มที่ฉีด แบ่งเป็น
    Lumen of needle or canula .
    2.1 เข็มปลายแหลม ( Needles) ซึ่งมีหลายขนาด เช่นเข็มเบอร์ 23-30 G needles  ขึ้นอยุ่กับการเลือกใช้ แต่ตำแหน่งและความลึกตื้นในการฉีด เข็มปลายแหลมมักจะใช้ในกรณีฉีดแบบตื้น แบบ Intradermal or subdermal เพื่อหวังผลในการให้ความชุ่มชื้น หรือใช้ในเป็นการฉีดยกกระชับโหนกแก้ม หรือการฉีดวางบนกระดูก (Supra-periosteum)
    2.2 เข็มปลายทู่ ( Canula) ซึ่งมีหลายขนาด เช่น 22-27 G Canula มักจะนิยมนำมาฉีดในชั้นไขมัน (Sub-cutaneous Augmentation) เพราะชั้นนี้จะมีเส้นเลือดมาก เป็นการฉีดแบบสารเติมเต็มดั้งเดิมที่เคยฉีดมา หรือทดแทนคอลลาเจนที่หายไป ( Volumn loss) และเพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่อาจจะทำให้เกิดเส้นเลือดอุดตันได้ เช่นการฉีดเติมร่องแก้ม ร่องตาลึก เติมขมับ
    3. ทิศการในการฉีดฟิลเลอร์ (Classified  fillers Technique with Needle or Canula )
    3.1 ฉีดหยอดเป็นจุดๆ ( Serial puncture technique) เหมาะกับการฉีดกระจายทั่วใบหน้าให้เกิดความชุ่มชื้น และฉีดชั้นตื้น Intra-dermal
    Serial puncture technique

    3.2  ฉีดเป็นเส้นตรง (Linear-threading technique) อาจจะฉีดเดินหน้าหรือถอยหลัง เหมาะกับการฉีดร่องแก้ม ฉีดเสริมจมูก  และฉีดในชั้นไขมัน อาจจะใช้เข็มปลายแหลมหรือเข็มทู่(Canula)
    Linear-threading technique
    3.3  ฉีดกระจายเป็นรูปพัด (Fanning technique) มักจะฉีดเพื่อเพิ่ม volumn เช่นการเติมโหนกแก้ม ขมับ หน้าผาก และฉีดในชั้นไขมันด้วยเข็ม Canula เพื่อป้องกันการเข้าเส้นเลือด
    Fanning technique
    3.4  ฉีดทะแยงมุม ไขว้กัน (Cross-hatching technique) มักจะฉีดเพื่อเพิ่ม volumn โดยฉีดในชั้นไขมัน อาจจะใช้เข็มปลายแหลม หรือปลายทู่ก็ได้ ในบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เช่นร่องแก้มลึก ฉีดเสริมคาง
    Cross-hatching technique
    3.5  ฉีดแบบหอคอย (Tower technique) มักจะเป็นการฉีดเพื่อเพิ่ม Projections ให้สูงขึ้นเช่นฉีดโหนกแก้ม  ฉีดหัวคิ้ว ฉีดขมับ โดยมักจะใช้เข็มปลายแหลม วางบนชั้นกระดูก และค่อยๆ ดึงเข็มขึ้นให้ฟิลเลอร์มีลักษณะคล้ายหอคอย
    Tower technique 2

จากที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นว่าการฉีดฟิลเลอร์ให้ได้ผลดี ปลอดภัย สวยงาม เป็นธรรมชาติ และเกิดผลข้างเคียงน้อย มีเทคนิคต่างๆ มากมาย ที่แพทย์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญต้องใช้เวลาในการหมั่นฝึกฝน  อบรม และพัฒนาตนเองตลอดเวลา สามารถดีไซน์สัดส่วนและโครงหน้า จุดเด่น จุดด้อยในแต่ละคน แต่ละเพศ แต่ละวัย ได้อย่างมีศิลปะ และขณะเดียวกันต้องสามารถตอบสนองความต้องการของคนไข้ได้อย่างน่าพอใจ ทั้งประสิทธิผลและราคายุติธรรม   จึงจะสามารถสร้างความต่างอย่างมีสไตล์ได้จริงBeautiful_faces_di_3249634b

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่