การแบ่งสีของผิวหนัง(Skin Classification ) - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : [email protected]

ความงามทั่วไป

การแบ่งสีของผิวหนัง(Skin Classification )

Skin-Tones

สีผิวของคนเรา ในแต่ละเชื้อชาติแตกต่างกัน สีผิวปกติที่เห็นเป็นสีขาว สีเหลือง สีน้ำตาล หรือสีดำนั้น อันที่จริงเกิดจากการผสมของสี ของสารต่างๆในร่างกาย ดังนี้

  1. Melanin pigments ซึ่งจะมีสีน้ำตาล (brown) / ดำ ที่เกิดขึ้นจากเซลล์ melanocytes ที่อยู่ที่ชั้น Stratum basale ในชั้นหนังกำพร้า(Epidermis)
  2. Oxyhemoglobin ซึ่งจะมีสีแดง (red) ที่อยู่ในหลอดเลือด ซึ่งสีนี้จะเข้มขึ้นเมื่อมีการขยายตัวของหลอดเลือด หรือถ้ามีการเปลี่ยนแปลง ที่ผิดปกติของหลอดเลือด เช่น หลอดเลือดขยายตัว ก็จะเห็นผิวเป็นสีแดงเพิ่มขึ้น
  3. Reduced hemoglobin ซึ่งจะมีสีเขียว (blue) ซึ่งเปลี่ยนแปลงมาจาก oxyhemoglobinเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในร่างกาย ซึ่งจะเกิดเฉพาะบางบริเวณ เช่น ที่ใบหน้าหรือที่มือ สีผิวหนังอาจเปลี่ยนเป็นสีคล้ำจนถึงสีเขียวได้ โดยถ้าเกิดภายในหลอดเลือดก็จะกลับ มาปกติได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ถ้าออกมานอกหลอดเลือดหรือเกิดการกระทบกระเทือน เช่นภาวะฟกช้ำ อาจจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ หรือดำคล้ำ ได้ถ้ามีการผสมกับเม็ดสีดำของเมลานินในชั้นผิวหนัง
  4. Carotene ซึ่งจะมีสีเหลือง เป็นสีของ Bile(น้ำดี) pigment สีนี้มักจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ยกเว้นเกิดภาวะที่มีน้ำดีคั่ง หรือการรับประทานอาหาร ที่มีสาร carotene มาก เช่นมะละกอ ฟักทอง ปกติสีนี้จะถูกผสมกลมกลืนไปกับสีอื่นหมด คือจะไม่เห็นสีเหลืองเด่นชัด แต่ถ้ามีปริมาณมากในภาวะผิดปกติบางอย่าง เช่น ภาวะตับอักเสบ หรือถุงน้ำดีอักเสบ ท่อน้ำดีอุดตัน จึงจะทำให้เห็นสีเหลืองออกมาเด่นชัด ที่เรียกว่าภาวะดีซ่าน และการเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดทั่วตัว ถือเป็นลักษณะสีผิวที่บ่งบอกโรคบางอย่างได้

การผสมสีของสารข้างต้นในปริมาณที่แตกต่างกัน เป็นตัวที่ทำให้สีผิวในแต่ละคน แต่ละเชื้อชาติแตกต่างกัน ดังนี้ 

211_1

:ปริมาณ Melanin pigments(สีดำ) จะเป็นตัวกำหนดให้เกิดเป็นผิวสีต่างๆ ดำเข้มมากน้อยต่างกันในแต่ละคน แต่ละเชื้อชาติ เช่น ในคนผิวดำจะมีเซลล์ melanocytes ในชั้นผิวหนังมากกว่า คนผิวขาว
:ปริมาณ Oxyhemoglobin (สีแดง) เป็นตัวเสริมในบางบริเวณ ทำให้ผิวหน้า ฝ่ามือ มีสีแดงมากน้อยต่างกันด้วย ทำให้บางคนมี สีผิวขาวอมชมพู บางคนมือเท้าแดง บางคนสีขาวซีด เป็นต้น
::ปริมาณ Carotene (สีเหลือง) ทำให้สีผิวของคนเอเซีย ซึ่งมีเม็ดสีนี้มากกว่าคนทางยุโรป และยังรับประทานอาหารที่มีแคโรทีนสูง จึงมีสีผิวออกไปทางเหลืองมากกว่าชนผิวขาวทางยุโรป

ปกติสีผิวบนใบหน้าจะสม่ำเสมอพอๆ กันโดยทั่วไป แต่ในบางกรณีสีผิวในบางบริเวณ อาจเกิดรอยเข้มขึ้น ซึ่งอาจเป็นได้จากหลายโรคและหลายสาเหตุ โดยจะมีลักษณะทางคลินิก พยาธิกำเนิดที่แตกต่างกันไป ปัจจัยที่ทำให้เกิดรอยเข้มของสีผิว หรือรอยดำ พบว่าขึ้นอยู่กับเม็ดสีเมลานิน (สีดำ) เป็นสำคัญ ดังนี้

  1. มีการสร้างเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจถูกกระตุ้นโดยแสงแดด หรือรอยดำจากการอักเสบ (post-inflammatory hyperpigmentation) เช่นการกดหรือบีบสิว หรือเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนบางชนิด ทำให้เม็ดสีเมลานินที่ปกติจะอยู่ในชั้นหนังกำพร้า แทรกซึมลึกอยู่ในชั้นหนังแท้ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดฝ้า เป็นต้น
  2. มีการสะสมของเม็ดสีเมลานิน ที่อาจจะเกิดจากการที่มีการสร้าง keratin มากขึ้น หรือ keratin มีการหลุดลอกช้ากว่าปกติ เช่น การเกิดภาวะผิวหนังหนาผิดปกติ ในเด็ก ดักแด้ที่เรียกว่า ภาวะ Ichthyosis และการเกิดกระเนื้อ(Seborrheic keratosis) ในคนสูงอายุ
  3. มีจำนวนของเซลล์ melanocyte ที่สร้างเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้น จึงทำให้ปริมาณของ melanin เพิ่มขึ้นได้ด้วย โดยอาจจะอยู่เฉพาะในหนังกำพร้าหรือหนังแท้หรือทั้ง 2 ตำแหน่ง เช่น การเกิดกระ (freckle) ขี้แมลงวัน (lentigo)

การจัดแบ่งสีผิวของคนเรา (Skin type classification) ในทางผิวหนัง โดยอาศัย Fitpatric skin type classification  ซึ่งเป็นหลักที่แพทย์ผิวหนัง ใช้เป็นหลักสากล แบ่งออกได้ดังนี้ 

fitzpatrick_skin_type

Skin type คำจำกัดความ คำอธิบาย ตัวอย่าง
TypeI Very fair skin. Burns very easily & doesn’t tan ผิวขาวซีด อ่อนบาง ตากแดดแล้วผิวใหม้ง่ายมาก และไม่มีสีแทนหรือคล้ำ เช่น กลุ่มคนเผือก
TypeII Fair skin. Burns easily & tans slightly ผิวขาวอมชมพู อ่อนบาง ตากแดดแล้วผิวใหม้ง่าย และมีสีแทนหรือคล้ำได้เล็กน้อย เช่น กลุ่มชนผิวขาวผมบอนด์แถบยุโรปตอนบน เช่น ไอร์แลนด์
TypeIII Burns occasionally & tans slowly ผิวขาวปนเหลือง ตากแดดแล้วบางครั้งผิวใหม้ และมีสีแทนหรือคล้ำได้แต่ก็ต้องใช้เวลา เช่น กลุ่มชนผิวขาวแถบอเมริกาตอนใต้ กลุ่มแสกนดิเนเวีย ลูกครึ่งเอเซีย-ยุโรป
TypeIV Minimal burning & tans always ผิวเหลือง ตากแดดแล้วผิวใหม้ได้บ้างแต่น้อย และมีสีแทนหรือคล้ำได้เสมอๆ เช่น กลุ่มชนเอเซียตอนบน เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลี
TypeV Rarely burns & tans always. Medium to heavy pigmentation. ผิวคล้ำ ผิวสองสี ตากแดดแล้วผิวใหม้ได้น้อยมาก และมีสีผิวคล้ำและดำในบางที่ เช่น กลุ่มชนเอเซียตอนล่าง กลุ่มทางอเมริกาใต้ เช่น ไทย มาเลเซีย เม็กซิโก สเปน
TypeVI Never burns & has a very dark tan. Heavy pigmentation ผิวดำ ตากแดดแล้วผิวไม่เคยใหม้ และมีสีผิวดำสนิท เช่น กลุ่มชนผิวดำ(นิโกร) แถบแอฟริกาใต้

Fitpatric skin type classification   ถือเป็นมาตรฐานที่แพทย์ต้องแยกสีผิวคนไข้ให้ได้ว่าอยู่ Type ไหน ซึ่งส่วนใหญ๋จะมีประโยชน์ สำหรับการเลือกพลังงานและชนิดของเลเซอร์ในการรักษาผิวพรรณ

การที่ทราบกลไกการสร้างสีผิว ทำให้มีการพัฒนาแนวทางการรักษาปัญหาทางผิวหนังให้เหมาะสมกับสีผิวแต่ละประเภท เมื่อให้ได้ผลมากทีสุดและผลข้างเคียงน้อยที่สุด นอกจากนี้ยังเป็นแนวทาง ในการแต่งตัว แต่งหน้า เลือกเฉดสีให้เหมาะกับผิวแต่ละประเภทอีกด้วย 

เรียบเรียงและค้นคว้าใหม่ โดยนพ.จรัสพล รินทระ …….ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด…..6 September 2013

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่