สิวอักเสบ (Inflammatory ance ) ประเภทและ การรักษา - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : [email protected]

หมวดสิว

สิวอักเสบ (Inflammatory ance ) ประเภทและ การรักษา

Pimple

สิวอักเสบ (Inflammatory ance หรือ Papulopustular acne ) คือการที่สิวอุดตัน ที่ได้รับการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม Propionibacterium acne( P.acne) แล้วแบคทีเรียนี้ ปล่อยเอนไซม์ที่จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ โดยมีความรุนแรงแตกต่างกัน แล้วแต่จำนวนเชื้อ และขนาดของสิวที่อุดตัน แล้วมีการเรียกชื่อแตกต่างกัน บางคนอาจแบ่งเป็นประเภทตามลักษณะของสิวอักเสบดังนี้

ประเภทของสิวอักเสบ แบ่งได้เป็น

– สิวนูนแดง (Papule)
– สิวหัวหนอง ( Pustule)
– สิวหัวช้าง (acne conglobata)-มักเกิดแผลเป็นเมื่อหาย
– สิวซีสต์ (acne cyst) -มักเกิดแผลเป็น เมื่อหาย
– สิวตุ่มนูนหนอง(Papulopustular acne )-มักเกิดแผลเป็นเมื่อหาย

ผลข้างเคียงจากการเกิดสิวอักเสบ มักเกิดได้บ่อย ถ้าไม่รีบรักษา คือ

1. รอยดำจากสิว
2. รอยแดงช้ำ ซึ่งอยู่ได้นาน เป็นเดือนๆ
3. รอยหลุมจากสิว หรือ Icepick-scar

การรักษาสิวอักเสบ แบ่งได้ดังนี้

1. Benzoyl peroxide- เป็นตัวยาที่ลดจำนวนเชื้อแบคทีเรีย P.acne และลดการอักเสบได้ดี 50-70 % ของสิวอักเสบ มักอยู่ในรูปของครีม หรือเจล ความเข้มข้นตั้งแต่ 2.5-5 % BP. โดยมักใช้ทาทิ้งไว้ 5-10 นาทีแล้วล้างออก เนื่องจากมีการระคายเคือง ถ้าทาทิ้งไว้ อาจทำให้ผิวหน้าแสบ แดง และแห้งเป็นขุยได้ มักใช้รักษาสิวอักเสบนูนแดงได้ดี
2. Antibiotics (ยาปฏิชีวนะ หรือยาแก้อักเสบ) มีใช้หลายตัว อาจอยู่ในรูปโลชั่น ครีม หรือยารับประทานที่ใช้ในการกำจัดเชื้อสิว P.acne ที่ใช้กันบ่อยได้แก่

2.1 Tetracycline มักให้รับประทาน วันละ 2-4 แคบซูล แต่มีผลข้างเคียงทำให้คลื่นไส้อาเจียนได้ ดังนั้นแพทย์มักให้รับประทานหลังอาหาร
2.2 Doxycycline มักให้ในรูปรับประทาน วันละ 1-2 แคบซูล แต่มีผลข้างเคียงทำให้คลื่นไส้อาเจียนได้ ดังนั้นแพทย์มักให้รับประทานหลังอาหาร
2.3 Minocycline มักให้ในรูปรับประทาน วันละ 1 แคบซูล รักษาสิวได้ดี แต่ราคายาค่อนข้างแพง
2.4 Erythromycin-มีทั้งในรูปของครีมทาสิว และยารับประทานวันละ 2-4 เม็ด
2.5 Clindamycin-มีทั้งในรูปของครีมทาสิว โลชั่นทาสิว มักนิยมใช้ เนื่องจากไม่มีผลข้างเคียง และรักษาสิวอักเสบได้ดี
2.6 Co-trimoxazole-มักให้ในรูปรับประทานวันละ 2-4 เม็ด มักใช้รักษาสิวที่เกิดจากพวกแกรมลบ หรือ แบคทีเรียพวกไม่ใช้ออกซิเจน

3. ยาคุมกำเนิด เช่น Dian-21 มักใช้เฉพาะในผู้หญิง เพื่อควบคุมการเกิดสิวที่เกิดจากฮอร์โมนเพศ ไม่แนะนำให้ผู้ชายรับประทานยาคุมกำเนิดรักษาสิวเด็ดขาด  เพราะมีผลข้างเคียง ทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลงได้ และทำให้นมโต ที่เรียกว่า ภาวะ Gynecomastia ซึ่งแม้จะหยุดทานยาคุมกำเนิด อาการนมโตนี้ก็ไม่หาย และแก้ไขได้ยาก
4. ยารับประทานต้านฮอร์โมนเพศชายแอนโดรเจน ที่ใช้บ่อยคือ spironolactone มักให้เฉพาะในผู้หญิงเช่นกัน
5. Azeleic aicd – มักใช้ในรูปยาทา 20 % Azeleic acid( Skinoren) มักใช้ในระยะแรก แต่อาจระคายเคืองได้
6. ยากลุ่ม Retinoids เช่น Roaccutane,Isotretinoin ใช้รักษาได้ทั้งสิวอุดตัน และสิวอักเสบรุนแรง ที่ไม่ตอบสนองหรือดื้อต่อยาแก้อักเสบ หรือยาปฏิชีวนะในข้อ 2 แต่ยาค่อนข้างมีราคาแพง และห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ และให้หยุดยาก่อนการตั้งครรภ์ 1 เดือน
7. การฉีดสิว กรณีที่สิวอักเสบรุนแรง นูนแดงเจ็บ สิวหัวช้าง เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็น และทำให้สิวหายได้เร็ว ควรกระทำโดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น เนื่องจากอาจเกิดรอยบุ๋ฒจากยาได้ ถ้าคนที่ฉีดไม่ชำนาญ การเกิดรอยบุ๋ใจากการฉีดสิว มักจะเกิดจากการผสมตัวยาที่เข้มข้นเกินไป หรือฉีดปริมาณที่มากเกินไป จนไปทำให้เนื้อดียุบตัวได้ หรือกรณีสิวอักเสบเม็ดใหญ่มากๆ แต่คนที่ฉีดสิว ขาดประสบการณ์ในการฉีดสิว ฉีดด้วยปริมาณมาก โดยคาดว่าจะให้หายเร็ว กลับกลายทำให้สิวยุบตัวเร็วเกินไป จนเกิดเป็นรอยบุ๋มขึ้น แต่รอยบุ๋มจากสิว ส่วนใหญ่จะค่อยๆ ตื้นขึ้นได้เอง ยกเว้นจะมีภาวะแทรกซ้อน เช่นเกิดการติดเชื้อหรือพังผืด ทำให้รอยบุ๋มเกิดถาวรได้
8. การรักษาสิวอักเสบด้วยคลื่นแสง ( Acne PhotoClearing) โดย เครื่องมือ Clearlight ซึ่งเป็นวิวัฒนาการด้านผิวพรรณที่ทันสมัยและกำลังเป็นที่นิยมในต่างประเทศ และในประเทศไทย ได้เริ่มมีการนำมาใช้รักษาบ้างแล้วบางคลินิก และได้มีการเปรียบเทียบการรักษาสิวด้วยการรับประทานยาปฏิชีวนะ การทาครีมรักษาสิวอักเสบ ได้ผลเปรียบเทียบ จะพบว่าคนไข้จะหายในระยะเวลาที่สั้นกว่าปกติ เหมาะสำหรับคนไข้กระเป๋าหนัก และมีเวลาว่างมากพอในการที่จะมาที่คลินิกประจำ และไม่ชอบการรับประทานยาหรือการทาครีมรักษาสิว
9. การรักษาสิวอักเสบ ด้วยการมาสค์หน้ารักษาสิว : พบว่ายีสต์บางชนิด สามารถสกัดมาเพื่อทำการรักษาเชื้อแบคทีเรียสิวได้ ได้ผลดีกับสิวอักเสบทุกชนิด เช่น Vivant Mast (มาสค์วีวองค์) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากประเทศฝรั่งเศส  พบว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ของคนที่มีปัญหาสิวอักเสบ ที่ไม่ต้องการทานยา หรือทำเลเซอร์ และ วิธีนี้สะดวก ราคาไม่แพง ที่คลินิกนีโอ ก็เลือกใช้วิธีนี้ในการรักษาสิวอักเสบ ซึ่งส่วนใหญ่ ร้อยละ 80 ของคนไข้ที่มีปัญหาสิวอักเสบ จะดีขึ้นได้ ภายใน 4-6 อาทิตย์

 vivantBEFORE_AFTER_-_ACNE5

10. เลเซอร์รักษาสิว: ปัจจุบันเลเซอร์รักษาสิว ที่นิยมใช้กันในคลินิกรักษาสิว ก็คือ V-Beam Laser เพราะแก้ปัญหาสิวอักเสบได้ทุกชนิด รักษารอยแดง รอยดำจากสิว ทำให้ผิวหน้าเนียนในในคราวเดียว การรักษาสิวด้วยเลเซอร์ ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชียวชาญโดยเฉพาะ จึงจะได้ผลดี และไม่มีผลข้างเคียงจากการทำเลเซอร์

เรียบเรียงใหม่โดยนพ.จรัสพล รินทระ

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่