สาระน่ารู้ เรื่อง การฟอกสีฟันให้ขาว Tooth whitening - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : [email protected]

ความงามทั่วไป

สาระน่ารู้ เรื่อง การฟอกสีฟันให้ขาว Tooth whitening

Teeth-Whitening

ปัจจุบันนี้ การฟอกสีฟัน ได้เป็นที่สนใจและนิยมทำกันจากประชาชนทั่วไป เนื่องจากฟันที่ขาวสะอาด บ่งบอกถึงสุขภาพที่ดี และยังเสริมบุคคลิกภาพ และความมั่นใจได้อย่างมาก การฟอกสีฟันให้ขาวขึ้น สามารถทำได้จริง แต่จะได้ผลมากน้อย ขึ้นอยู่กับปัจจัยและสาเหตุของของการเกิดฟันสีเข้ม

สาเหตุของการเกิดสีฟันผิดปกติ เกิดได้หลายสาเหตุ ดังนั้นการแก้ไขให้ดีขึ้น จึงแตกต่างกันตามสาเหตุที่เกิด ทันตแพทย์จะตรวจและวินิจฉัย ให้ถูกต้อง และต้องวางแผนการฟอกสีฟันที่เหมาะสม ดังนี้

– การติดสีจากอาหาร หรือบุหรี่ ซึ่งเป็นการติดสีจากภายนอก ทันตแพทย์จะแก้ไขด้วยการขูดหินปูน และขัดฟัน
– สีฟันเข้มดำจากภายในตัวฟัน ซึ่งมักจะมีสาเหตุจากการได้รับยาปฏิชีวนะ พวก เตตร้าซัยคลิน การฟอกสีฟันปกติ จะได้ผลไม่มากนัก อาจจะต้องทำ การกรอฟันหน้าด้านนอกออกบางส่วนแล้วทำผิวฟันฉาบแทนใหม่ให้มีสีขาวมากกว่าเดิม โดยใช้วัสดุแบบเดียวกับการอุดฟัน ที่เรียกว่า Resin Composite หรือด้วยวัสดุประเภท Procelain เป็นต้น

กลไกการฟอกสีฟันให้ขาวขึ้น ( Tooth whitening หรือ Vital bleaching ) ปกติจะใช้สารที่เป็นกรด เช่น Carbamile peroxide หรือ Hydrogen peroxide ที่ระดับความเข้มข้นพอเหมาะเคลือบไปบนบริเวณผิวฟัน ตัวยาจะทำปฏิกริยาเกิดเป็นออกซิเจนที่จะไปย่อยสารออร์กานิกในผิวฟัน จึงทำให้ฟันขาวขึ้นได้

วิธีในการทำให้ฟันขาว แบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือ ทำในคลินิกฟันโดยทันตแพทย์ และ ทำเองที่บ้าน ซึ่งสารที่ใช้จะใช้น้ำยาชนิดเดียวกัน แต่จะ แตกต่างกันที่ความเข้มข้น โดยถ้าทำเองจะมีความเข้มข้นน้อยกว่า แต่ก็ต้องติดตาม ต่อเนื่อง ตามนัดหมาย ภายใต้การดูแลของทันตแพทย์ โดยมีขั้นตอนในการทำดังนี้

  1. ทันตแพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยสภาวะในช่องปาก เอกซ์เรย์เพื่อตรวจฟันผุด้านประชิด ถ้าพบว่ามีฟันผุ หรือวัสดุอุดฟันร้าว หรือแตก จะแนะนำให้ทำการรักษาให้เสร็จสิ้นก่อน
  2. ทำการขูดหินปูนและขัดคราบที่ติดฟันจากภายนอกให้สะอาดก่อน
  3. ทันตแพทย์จะอธิบายขั้นตอนในการฟอกสีฟัน และทำการเทียบสีฟันเพื่อใช้เปรียบเทียบก่อนและหลังการรักษา
  4. ทำการพิมพ์ปาก เพื่อทำถาดใส่สารที่จะฟอกสีให้มีขนาดเหมาะสมและเฉพาะแต่ละบุคคล
  5. ทันตแพทย์จะทำการเตรียมหงวก เพื่อป้องกันมิให้น้ำยาสัมผัสกับเหงือกโดยตรง เพราะอาจจะทำให้ระคายเคืองได้
  6. ใส่น้ำยาฟอกสีฟันลงในถาดที่จัดทำไว้ในปริมาณที่เหมาะสม ให้น้ำยาสัมผัสกับฟัน ตามระยะเวลาที่กำหนด และสอนการใช้ชุดน้ำยาฟอกสีฟัน เพื่อนำกลับไปทำต่อที่บ้านอย่างถูกต้อง
  7. ทันตแพทย์จะนัดมาประเมินผล อาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อพิจารณาปรับเปลี่ยนความเข้มข้นของสาร และระยะเวลาที่เหมาะสมในแต่ละครั้ง

อนึ่งหลังจากฟอกสีฟันได้ขาวตามต้องการแล้ว เมื่อหยุดทำ สีฟันจะค่อยๆ กลับมาเข้มขึ้นได้อีกอย่างช้าๆ โดยเฉลี่ยจะประมาณ 3- 5 ปี ซึ่งจะต้อง ทำการฟอกสีฟันซ้ำอีก ส่วนผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยๆ ในการฟอกสีฟัน คือ อาจจะมีอาการเสียวฟันได้หลังทำประมาณ 1-2 วัน แพทย์มักจะทำการเคลือบ ฟลูออไรด์ให้ด้วยเพื่อป้องกันฟันผุ

เรียบเรียงและค้นคว้าโดย นพ.จรัสพล รินทระ……………..17 Feb,2004
อ้างอิงจากบทความ การฟอกสีฟัน โดย ทันตแพทย์สุภานันท์ สุวรรณธรรมา ในนิตยสารคลินิก ฉบับเดือนมกราคม 2547

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่