ผิวมัน (Oily Skin) การป้องกันและแก้ไข - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : [email protected]

หมวดสิว

ผิวมัน (Oily Skin) การป้องกันและแก้ไข

oily skin

ปัญหาผิวหน้ามันมีสาเหตุส่วนใหญ่ เกิดจากปัญหาฮอร์โมนเพศ โดยมักพบได้ในชาย มากกว่าหญิง พบในวัยรุ่น จนถึงวัยกลางคนได้ ปัญหาหน้ามันเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดสิวอักเสบ สิวอุดตัน และรูขุมขนกว้าง ในภายหลังได้

แนวทางการดูแลแก้ไขมีดังนี้

oily skin 2

     1. ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ควรเลือก สบู่ล้างหน้า อาจเป็นก้อน หรือ สบู่เหลวก็ได้ เพราะในสบู่ จะมีสารที่ทำให้เกิดฟอง ซึ่งสามารถลดความมันบนใบหน้าได้ ผู้ที่มีผิวมัน สามารถล้างหน้าได้บ่อย 4-5 ครั้งต่อวันได้ ในกรณีที่ไม่สามารถพกพาสบู่ล้างหน้าไปได้ในทุกที่ การล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดบ่อยๆ หรือทุกครั้งที่หน้ามัน ก็เป็นสิ่งที่ดี การใช้เจลล้างหน้า หรือโฟม ควรเลือกเป็นพิเศษสำหรับผิวมัน แต่มักล้างความมันบนใบหน้าได้น้อยกว่าสบู่ล้างหน้า
     2. การใช้โลชั่นหรือโทนเนอร์ เพื่อเช็ดหน้าลดความมัน เป็นสิ่งที่แนะนำให้ใช้ ถ้าล้างหน้าด้วยสบู่อย่างเดียวแล้วผิวหน้ายังมันอยู่
     3. การใช้ Oil Control Products ซึ่งจะช่วยซับความมัน ควรเลือกที่มีอนุภาคเล็กๆ ที่สามารถแทรกซึมเข้าไปซับได้ในรูขุมขน ซึ่งต้องมีขนาดที่เล็กมากเป็น Micron 
     4. ควรเลือกครีมกันแดดที่มีลักษณะเป็นโลชั่น หรือ ครีมที่มี SPF = 15 ก็เพียงพอ เพราะถ้าเลือกครีมกันแดด ที่มี SPF สูงกว่านี้มักจะมีความมันสูง ก่อนใช้ครีมกันแดดยี่ห้อใด ควรลองทาครีมบริเวณท้องแขน เพื่อทดสอบอาการแพ้ หรือ ความมัน ก่อนการตัดสินใจในการซื้อครีมกันแดด
     5. หลีกเลี่ยงของมัน ขนมหวาน ไอสครีม และอาหารที่มีแคลอรี่สูง หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด
     6. ถ้าปฏิบัติข้อ 1-5 แล้วยังไม่ได้ผลดีนัก การทำให้ผิวหน้าแห้งลง ด้วย การรับประทานยา กลุ่ม Retinoids หรือ Isotretinoin เช่น Roaccutane หรือ Acnotin วันละ10-20 มก.ต่อวัน ก็เป็นการช่วยได้มาก เพราะยาในกลุ่มนี้ จะช่วยลดการสร้างไขมันที่ต่อมไขมันบนใบหน้า นอกจากนี้ยังช่วยรักษาปัญหาสิวอุดตัน รูขุมขนกว้าง และริ้วรอยแผลเป็นได้ดี แต่ก็ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์  เพราะกรณีที่รับประทานติดต่อกันนานๆ อาจจะมีผลต่อตับ และไขมันในเลือดผิดปกติได้ นอกจากนี้ อาจจะมีอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้
     7. ยาเม็ดคุมกำเนิด ซึ่งมักมีส่วนประกอบ ของฮอร์โมนProgesterone เฉพาะชนิดที่มีฤทธิ์ต้านฮอร์โมน Angrogen ได้ จึงสามารถทำให้ต่อมไขมันผลิตไขมันลดลงได้ แต่การทำงานดังกล่าวอาจรบกวน การมีประจำเดือนในผู้หญิงได้ จึงได้มีการเสริมฮฮร์โมนเพศหญิงคือ Estrogen ร่วมด้วย  จึงอยู่ในลักษณะคล้ายยาคุมกำเนิด คือบรรจุเป็นแผง 21 เม็ด ที่นิยมใช้ในคลินิกผิวหนังก็คือ Dian-35  แต่ในผู้ชาย ไม่แนะนำให้รับประทานยาคุมกำเนิดรักษาสิวเด็ดขาด เพราะมีผลต่อระดับฮอร์โมนเพศชาย อาจจะทำให้สมรรภภาพทางเพศลดลง หรือมีนมโตแบบ Gynecomastia ได้ ซึ่งแม้จะหยุดทานยา อาการนมโต ก็ไม่อาจจะหายได้
     8. การกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี ทีเรียกว่า การทำ MD ( Microdermabrasion) โดยจะทำให้ไขมันที่เคลือบผิวส่วนบนของผิวหน้าหลุดลอกออก และทำให้ท่อไขมันเล็กลง การผลิตไขมันในต่อมไขมันถูกระบายออกได้มากขึ้น แต่หลังทำก็ต้องเลี่ยงแดด ทำบ่อยๆ ทำให้ผิวหน้าบางลง หรือไวต่อแสงได้

Microdermabrasion

     9. การทำ IPL ปัจจุบัน IPL ได้มีการพัฒนาฟิลเตอร์คลื่นความถี่จำเพาะขึ้นมาเพื่อรักษาสิว (ทั้งสิวอักเสบ สิวอุดตัน สิวเสี้ยน ) ผิวหน้ามัน และรูขุมขนกว้าง โดยใช้ฟิลเตอร์คลื่นความถี่ 450 nm ซึ่งจะมีผลโดยตรงกับต่อมไขมัน (Sebaceous glands) ทำให้หลั่งไขมันลดลง จึงช่วยทำให้หน้าแห้ง รูขุมขนกระชับ และป้องกันการเกิดสิวอุดตัน จากขนหรือสิวเสี้ยนได้ แต่ก็ได้ผลในระดับหนึ่ง ไม่มากมายนักและมักจะเป็นชั่วคราว เมื่อหยุดทำก็อาจจะกลับเหมือนเดิมได้  มักจะทำทุก 3-4 อาทิตย์ และจะเริ่มเห็นผลภายใน 1-2 เดือน นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวหน้าใสขึ้น และกระแดดที่เป็นไม่มากจางลงได้ด้วย หลังทำสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ 

IPL

     10. Fractional Laser:   ที่ความยาวช่วงคลื่น 1550 nm  เช่น Fraxel หรือ Fine scan 1550 nm ที่นำมารักษาแผลเป็น รอยหลุมสิว พบว่านอกจากจะช่วยรักษาสิวอุดตัน รอยหลุมสิวที่ได้ผลดีแล้ว ยังพบว่าเมื่อคนไข้ทำไปนานๆ จะช่วยทำให้ไขมันที่ใบหน้าแห้งลงได้ด้วย โดยพบว่าพลังงานเลเซอร์ได้ไปทำให้ต่อมไขมัน ทำงานลดลง จึงทำให้สามารถป้องกันสิว ลดหน้ามันได้ดี ซึ่งจากประสบการณ์ของผู้เขียน ในคนไข้ที่ผิวมันมากๆ ไม่อยากทานยาลดหน้ามัน เพราะกลัวผลข้างเคียง และทำการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ แล้วได้ผลไม่น่าพอใจ ก็จะแนะนำให้ทำเลเซอร์ชนิดนี้แทน ซึ่งพบว่าบางรายสามารถลดหน้ามัน ป้องกันสิวได้นานเป็นปีๆ ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีของเลเซอร์ชนิดนี้อีกอย่างหนึ่ง

fine scan

เรียบเรียงใหม่โดย นพ. จรัสพล รินทระ

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่