ซีลีเนียม(Selenium) กับบทบาทสำคัญต่อร่างกาย - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : [email protected]

เวชศาสตร์ชะลอวัย

ซีลีเนียม(Selenium) กับบทบาทสำคัญต่อร่างกาย

selenium1

  • ซีลีเนียม เป็นแร่ธาตุที่เราอาจจะไม่ค่อยจะคุ้นหูกันมากนัก และน้อยคนที่พอจะรู้ถึงประโยชน์และความสำคัญของซีลีเนียมต่อร่างกาย ดังนั้นผู้เขียนจึงมีความคิดว่าควรจะนำเรื่องราวของสารอาหารซีลีเนียมมาเผย แพร่ให้ได้ทราบถึงความสำคัญและจำเป็นต่อร่างกาย พอสังเขปดังนี้
  • ซีลีเนียม มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการที่สำคัญต่างๆ ของร่างกาย เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเอนไซม์ของระบบ glutathione perioxidase ซึ่งกระตุ้นการกำจัดไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ และออแกนิคเปอร์ออกไซด์ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของกรดไขมันต่างๆ ระบบ glutathione perioxidase นี้เป็นระบบต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญที่สุดภายในเซลล์
  • ซีลีเนียม มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติหน้าที่ของวิตามินอี โดยวิตามินอีทำหน้าที่ป้องกันการเกิดสารเปอร์ออกไซด์ ในขณะที่ซีลีเนียม ทำหน้าที่กำจัดสารเปอร์ออกไซด์ที่เกิดขึ้นให้หมดไป และซีลีเนียมจะทำงานเสริมฤทธิ์ในการปฏิบัติงานของวิตามินอีในการรักษาเนื้อ เยื่อต่างๆ และชะลอการแก่ตายของเซลล์ตามธรรมชาติ ป้องกันการแก่ก่อนวัย

ประโยชน์ของซีลีเนียม ที่มีต่อร่างกาย

  • ช่วย ต้านอนุมูลอิสระ ที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แก่และเซลล์เสื่อมสภาพ ปกป้อง DNA เซลล์ และเนื้อเยื่อต่างๆ มิให้ถูกทำลายโดยสารอนุมูลอิสระ(free radicles) จึงชะลอการแก่ตายของเซลล์ตามธรรมชาติ ป้องกันการแก่ก่อนวัย และช่วยชะลอวัย นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยบรรเทาโรคแห่งความเสื่อมเรื้อรังหลายชนิด โรคเฉพาะอย่างยิ่งโรคต้อกระจก และโรคข้อต่ออักเสบรูมาตอยด์
  • มีบทบาท เกี่ยวกับการหายใจของเนื้อเยื่อโดยทำหน้าที่ช่วยส่งอีเล็คตรอน ช่วยให้หัวใจทำงานดีขึ้น และส่งเสริมการสร้างกำลังของเซลล์โดยการนำออกซิเจนไปเลี้ยงให้เพียงพอ และสามารถทำงานร่วมกับ Q10 ในการลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจวาย และโรคลมปัจจุบัน โดยเฉพาะในรายที่มีการขาดสารอาหารชนิดนี้
  • ส่งเสริมการเจริญเติบโตของร่างกายให้เป็นไปตามปกติ และควบคุมสุขภาพของสายตา ผิวหนัง และเส้นผม
  • ส่งเสริมให้ประจำเดือนของเพศหญิงเป็นไปโดยสม่ำเสมอ และช่วยให้ไข่สุก และจะพบเกลือแร่ชนิดนี้สูงในน้ำเชื้อของผู้ชาย
  • ซีลีเนียม เป็นเกลือแร่ต้านพิษ หรือละลายพิษต่างๆ ในร่างกาย
  • รักษาความยืดหยุ่นของเนื้อหนัง
  • เพิ่มความต้านทานของร่างกาย หรือช่วยเพิ่มศักยภาพของระบบภูมิคุ้มกันหลายประเภท
  • ซีลีเนียม สามารถยับยั้งการเพิ่มจำนวนเชื้อเอชไอวี (HIV) และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน(CD4) ในผู้ติดเชื้อเอชไอวี จึงช่วยยืดอายุผู้ป่วยในกลุ่มนี้ได้
  • ป้องกันความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์ หัวใจล้มเหลว เจ็บหน้าอก และไต ถูกทำลาย
  • ช่วยในการปฏิบัติหน้าที่ของตับ
  • ซีลีเนียม ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก, มะเร็งลำไส้, มะเร็งปอด, มะเร็งหลอดอาหาร
  • ซีลีเนียมมีความสำคัญต่อการทำงานของไทรอยด์ ภาวะซีลีเนียมต่ำมีส่วนเกี่ยวข้องกับต่อมไทรอยด์ทำงานบกพร่อง

การขาด ซีลีเนียม จะส่งผลต่อร่างกายในด้านต่างๆ ดังนี้

  • Keshan’s disease เป็นโรคหัวใจที่พบในประเทศจีน บริเวณพื้นที่ที่มี ซีลีเนียม ในดินต่ำ เชื่อกันว่าเกิดจากไวรัส แต่การขาด ซีลีเนียม ทำให้อาการของโรคเป็นมากขึ้น นอกจากนั้นผู้ที่ได้รับอาหารทางหลอดเลือดดำ (Total parenteral nutrition) ก็มีสิทธิ์ขาด ซีลีเนียม ได้ คนไข้พวกนี้มักจะมี Erythocyte glutathione peroxidase activity ต่ำ และ ซีลีเนียม ในพลาสมาและเม็ดเลือดแดงต่ำด้วย
  • การขาด ซีลีเนียม จะนำไปสู่การแก่ก่อนวัย ทั้งนี้เพราะว่า ซีลีเนียม ช่วยรักษาความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ
  • ใน การศึกษาเกี่ยวกับโรคฟันผุในเด็ก จะสังเกตุเห็นว่าจำนวนฟันผุที่ต้องถอน และอุดมีจำนวนมากขึ้นในเด็กที่มีการขับถ่าย ซีลีเนียม ทางปัสสาวะมาก ซึ่งยังไม่มีทฤษฎีอะไรมาอธิบายการสังเกตุนี้ได้
  • ถ้าขาดในภาวะตั้งครรภ์จะทำให้เด็กที่เกิดมาเป็นปัญญาอ่อน
  • ถ้าขาด ซีลีเนียม ในตอนเด็ก อาจทำให้เด็กตายอย่างกระทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ทำให้ประสาทผิดปกติ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อไวต่อการสัมผัส หรือการถูกกด มีอาการไม่ปกติที่กล้ามเนื้อหัวใจ
  • ทำให้การมองเห็นไม่ชัด
  • ทำให้เม็ดเลือดแดงเปราะได้
  • ภาวะซีลีเนียมต่ำมีส่วนเกี่ยวข้องกับต่อมไทรอยด์ทำงานบกพร่อง

แหล่งที่พบซีลีเนียม ในธรรมชาติ

  • อาหาร ที่มี ซีลีเนียม มากที่สุดได้แก่ บริวเวอร์ยีสต์ เครื่องใน กล้ามเนื้อสัตว์ ปลา หอย ข้าวกล้อง แตงกวา อัลมานด์ ผลิตภัณฑ์จากนม กระเทียม เห็ดต่างๆ บลอคโคลี่ หัวหอม มะเขือเทศ สัตว์ปีก ไข่ และอาหารทะเลต่างๆ selenium-food
  • ซีลีเนียม ถูกดูดซึมได้ดีที่ลำไส้เล็ก ร่างกายจะเก็บ ซีลีเนียม ไว้ในตับและไตมาก เป็น 4-5 เท่า ของ ซีลีเนียม ที่มีอยู่ในกล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่ออื่น โดยปกติซีลีเนียม จะถูกขับออกทางปัสสาวะ ถ้าปรากฏว่ามีซีลีเนียมถูกขับออกมาทางอุจจาระแสดงว่าเกิดการดูดซึมที่ผิด ปกติ

คำแนะนำในการรับประทานซีลีเนียม

  • ปริมาณ แนะนำต่อวัน (RDA) อยู่ที่ 70-200 ไมโครกรัม สำหรับผู้หญิงเท่ากับ 50 ไมโครกรัม สำหรับผู้ชาย 70 ไมโครกรัม สำหรับหญิงตั้งครรภ์ 65 ไมโครกรัม และสำหรับหญิงผู้ให้นมบุตร 75 ไมโครกรัม และซีลีเนียนที่อยู่ในรูปสารเสริมอาหาร ควรอยู่ในรูป ของคีเลท (chelated form) หรือ L-selenomethionine form
  • ธาตุซีลีเนียมมักอยู่ในรูปแบบ ของอาหารเสริม ที่มีส่วนประกอบของ ซีลีเนียม สังกะสี วิตามินเอ วิตามินบี6 วิตามินซี และวิตามินอี โดยซีลีเนียมในรูปของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีวางจำหน่ายจะมีปริมาณตั้งแต่ 25 – 200 ไมโครกรัมต่อเม็ด โดยมักจะอยู่ในรูป ซีลีโนเมไทโอนีน (Selenomehionine) ซึ่งจะรับประทานเพื่อป้องกันโรคต่างๆ ที่เกิดจากความเสื่อม ชะลอวัย เสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย  และป้องกันโรคมะเร็งบางชนิด   Selenium+Zinc-360
  • แต่การที่จะรับประทานซีลีเนียม เป็นอาหารเสริม ควรจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์ เพราะอย่างไรก็ตามการรับประทานซีลีเนียมมาก ๆ เกินกว่า 400 ไมโครกรัมต่อวัน จะทำให้เกิดพิษของ ซีลีเนียม (selenosis) ได้ โดยผู้ที่รับประทานซีลีเนียมเกินขนาดจะมีอาการหายใจเป็นกลิ่นคล้ายกระเทียม, คลื่นไส้, ผมร่วง และถ้าใช้เกินขนาดเป็นเวลานาน ๆ ก็อาจมีภาวะตับวายได้ ดังนั้น ขนาดที่แนะนำในปัจจุบันจึงไม่ควรเกิน 200 ไมโครกรัมต่อวัน และอาจใช้น้อยกว่านั้นในคนที่รับประทานสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ ร่วมด้วย

    เรียบเรียงและค้นคว้าโดย นพ.จรัสพล รินทระ….Update ล่าสุด 10 March,2015

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่