งานวิจัยการฆ่าเชื้อสิวด้วยยารับประทาน หรือยาทาสิว - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : [email protected]

หมวดสิว

งานวิจัยการฆ่าเชื้อสิวด้วยยารับประทาน หรือยาทาสิว

290_0

ปัญหาสิว ถือว่าเป็น 1 ใน 10 โรคผิวหนังที่พบกันบ่อย ปัจจุบันการรักษามีแนวทางรักษาหลากหลายแบบมากมาย ตั้งแต่วิธีดั้งเดิม คือ การทายา การรับประทานยา จนถึงแนวทางทรีทเม้นต์ปัจจุบันที่เพิ่มเติมมากขึ้น เช่น การทำ Peeling,IONTO,การกรอผิว (MD) ล้ำหน้าถึงขนาดมีการฉายแสง ( Clear light) ฯลฯ เพื่อรักษาสิว แต่การรับประทานยาแก้อักเสบ ( ยาปฎิชีวนะ-Antibiotics) และการทาครีมรักษาสิว ก็ยังเป็น Main หลักในการรักษาสิวของแพทย์ผิวหนังทั้งหลายอยู่ในเบื้องต้น

ได้มีการทดลองศึกษาที่ประเทศอังกฤษ เกี่ยวกับการใช้ยาปฎิชีวนะ-Antibiotics เปรียบเทียบกับการใช้ยาทา ในการรักษาสิวที่ใบหน้า โดยมีอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน 649 คน โดยมีอายุเฉลี่ย 20 ปี โดยเป็นเพศชายและหญิงจำนวนเท่าๆ กัน และมีปัญหาสิวขนาดปานกลาง โดยแบ่งการทำการวิจัยผลการฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ผลมากน้อยเท่าใดโดยขั้นตอนต่างๆ ดังต่อไปนี้

ได้ทำการแบ่งกลุ่มใหญ่ๆ ในผู้ทดลองออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่รับประทานยาปฎิชีวนะ-Antibiotics จำพวก Minocycline,Oxytetracycline และกลุ่ม ที่ใช้ครีมทา และ/หรือโลชั่นทารักษาสิวอย่างเดียว ( ได้แก่กลุ่มที่ใช้ 5% Benzoyl peroxide และ 3% Erythromycin Lotion )

ผลการทดลองใช้เวลาทดลองและติดตามผลการทั้งหมด 18 อาทิตย์ พบว่า ในระยะ 6 อาทิตย์แรก ผลการรักษาทั้ง 2 กลุ่มได้ผลดีพอๆ กัน แต่พอติดตามผลการรักษาในระยะ 12 อาทิตย์หลัง พบว่า ผลการรักษาสิวในกลุ่มใช้ครีมทาหรือโลชั่นทารักษาสิวอย่างเดียว ( ได้แก่กลุ่มที่ใช้ 5% Benzoyl peroxide และ 3% Erythromycin Lotion ) ได้ผลดีขึ้นโดยเฉลี่ยที่ 66 % แต่กลุ่มที่รับประทานยาปฎิชีวนะ-Antibiotics จำพวก Minocycline,Oxytetracycline ได้ผลดีขึ้น โดยเฉลี่ยที่ 54 % ซึ่งค่อนข้างแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

ทางคณะวิจัยได้ข้อสรุปว่า ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อสิวที่ลดลงในกลุ่มที่รับประทานยาปฎิชีวนะ อาจจะเนื่องจากมีอัตราการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียเกิดขึ้นได้เมื่อรับประทานยาติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ ดังนั้นการใช้ครีมทาและ/หรือโลชั่นทารักษาสิว ควรจะเป็นแนวทางแรกในการรักษาสิวเบื้องต้น เพราะได้ผลมากกว่าการรับประทานยาปฎิชีวนะ-Antibiotics และราคาก็ถูกกว่าด้วย การพิจารณาใช้ควบคู่กันหรือไม่ ควรพิจารณาปัญหาคนไข้เป็นรายๆ ไป

เรียบเรียงและค้นคว้าโดย นพ. จรัสพล รินทระ ………………..24 August,2005

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่