ขอบตาคล้ำ (dark circles) และเบ้าตาลึก สาเหตุและการแก้ไข - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : clinicneo@hotmail.com

เวชศาสตร์ความงาม

ขอบตาคล้ำ (dark circles) และเบ้าตาลึก สาเหตุและการแก้ไข

dark-circles

ดวงตา ก็เป็นจุดที่สำคัญจุดหนึ่ง บางคนเปรียบเหมือนเป็นหน้าต่างของหัวใจ การมีดวงตากลมโต สดใส ไร้ริ้วรอย  ก็ทำให้หน้าดูสวย-หล่อ ไปแล้วครึ่งหนึ่ง ย่อมเป็นจุดสนใจแต่ผู้ที่ได้พบเห็นทั่วไป แต่ถ้าใครที่มีปัญหาขอบตาคล้ำ เหมือนหมีแพนด้า เบ้าตาลึกโปน ย่อมจะขาดความมั่นใจในการพบปะผู้คน เพราะจะทำให้ใบหน้าเราดูทรุดโทรม เหนื่อยล้า ไม่สดใส ดูแก่กว่าวัย ดังนั้น การรักษาผิวรอบดวงตาที่หมองคล้ำ ทำให้กลับมาสดใส จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น บทความจึงนำเสนอ สาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ดีขึ้น ซึ่งอาจจะมีประโยชน์กับหลายๆ ท่าน เพื่อให้ดวงตาของท่าน กลับมาสวยงามดังหนุ่มสาวแรกรุ่นได้อีกครั้ง

สาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาขอบตาคล้ำ ร่องตาลึก

1. อดนอน พักผ่อนไม่เพียงพอสาเหตุนี้เป็นสาเหตุที่พบบ่อยในสภาพสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบเล่นเนต หรือดูหนังละคร ดึกๆ ดื่นๆ

dark circle 4การลดรอยคล้ำ ด้วยการมาส์ครอบดวงตา ด้วยวิธีง่ายๆ

แนวทางการแก้ไข : ใครที่รู้ตัวว่าอดนอนบ่อยๆ หรือนอนดึก ก็ขอให้นอนเร็วขึ้น เพื่อที่ขอบตาจะได้ดูสดใสกว่าเดิม นอกจากนี้ การแก้ไขด้วยวิธีง่ายๆ เช่น การมาสค์รอบดวงตา ด้วย น้ำ เกลือ 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำร้อนครึ่งถ้วย ใช้ผ้านุ่ม ๆ หรือสำลีชุบในน้ำเกลือ บีบน้ำออกเล็กน้อย (แบบไม่ชุบให้ชุ่มจนเกินไป) หรือ อาจจะใส่ถุงชา หรือ ลองใช้มันฝรั่งสดฝานเป็นแผ่นบางๆ แล้วนำมาแปะที่ใต้ตา ทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาที รอยช้ำรอบ ๆ ดวงตา ก็จะค่อย ๆ จางลงอย่างเห็นได้ชัด อาจจะทาครีมรอบดวงตาที่ผสมสารไวเทนนิ่งร่วมด้วยก็ได้ หรืออาจจะทำทรีทเม้นต์เพื่อให้รอยดำคล้ำดีขึ้น เช่น การทำ Phonophoresis รอบดวงตา กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต นวดเซลล์ ทำให้สารอาหารมาหล่อเลี้ยงได้มากขึ้น กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต นวดเซลล์ พร้อมใช้ตัวยาที่มีสรรพคุณเป็นไวเทนนิ่ง ไปฟอกสีดำคล้ำที่ขอบตาให้จางลงนอกจากนี้ ยังพบว่า การทาเซรั่มรักษาขอบตาคล้ำ ที่มีส่วนผสมของวิตามินเค วิตามินอี ช่วยให้รอยดำคล้ำ จางลงได้  ส่วนการรักษาที่ได้ผลดีและเร็ว ก็คือ การรักษาด้วยการทำเลเซอร์กลุ่มเม็ดสี เช่น Revlite ซึ่งถือว่าเป็นเลเซอร์ที่รักษาขอบตาคล้ำที่ได้ผลดีสุด ปลอดภัย ผลข้างเคียน้อยมาก
2.โรคภูมิแพ้เรื้อรัง : 
ภูมิแพ้ คนที่เป็นภูมิแพ้ จะพบว่าเส้นเลือดดำที่อยู่รอบตาจะขยายใหญ่มากกว่าคนทั่วไป และเส้นเลือดดำเหล่านี้นี่เองที่เป็นสาเหตุให้ขอบตาของคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ดูคล้ำกว่าคนทั่วไป นอกจากนี้ ปัญหาภูมิแพ้ ยังทำให้เกิดการระคายเคืองแถวๆ รอบดวงตา ทำให้ต้องขยี้ตาบ่อยๆ จึงเกิดการอักเสบ ทำให้ผิวหนังกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีเมลานินให้เพิ่มจำนวนขึ้นในบริเวณนั้น จึงทำให้ขอบคาดำคล้ำได้ในที่สุด
แนวทางการแก้ไข : พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ เพื่อรักษาให้หายขาด หลีกเลี่ยงการขยี้ตาแรงๆ การใช้ครีมสำหรับทารอบดวงตาที่มีส่วนผสมของสารไวเทนนิ่ง ทาเฉพาะที่เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดรอยหมองคล้ำ หรืออาจจะทำทรีทเม้นต์เพื่อให้รอยดำคล้ำดีขึ้น เช่น การทำ Phonophoresis รอบดวงตา กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต นวดเซลล์ ทำให้สารอาหารมาหล่อเลี้ยงได้มากขึ้น กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต นวดเซลล์ พร้อมใช้ตัวยาที่มีสรรพคุณเป็นไวเทนนิ่ง ไปฟอกสีดำคล้ำที่ขอบตาให้จางลง นอกจากนี้ ยังพบว่า การทาเซรั่มรักษาขอบตาคล้ำ ที่มีส่วนผสมของวิตามินเค วิตามินอี ช่วยให้รอยดำคล้ำ จางลงได้ ส่วนการรักษาที่ได้ผลดีและเร็ว ก็คือ การรักษาด้วยการทำเลเซอร์กลุ่มเม็ดสี เช่น Revlite ซึ่งถือว่าเป็นเลเซอร์ที่รักษาขอบตาคล้ำที่ได้ผลดีสุด ปลอดภัย ผลข้างเคียน้อยมาก

3.กรรมพันธุ์หรือเชื้อชาติ : เช่น พวกแขก หรืออาหรับ ซึ่งลองสำรวจดูว่า ญาติพี่น้องเราหลายๆ คน ก็มีปัญหาเดียวกันหรือไม่ ถ้าใช่ ก็แสดงว่าปัญหาขอบตาคล้ำของเรา มาจากกรรมพันธุ์นี่เอง

dark circle 1การรักษาขอบตาคล้ำ จากเม็ดสีเข้ม ด้วยเลเซอร์ Revlite 4 ครั้ง ห่างกัน 2 อาทิตย์

แนวทางการแก้ไข : สาเหตุนี้ ค่อนข้างแก้ไขและป้องกันได้ยาก การทำให้เม็ดสีผิวบริเวณนี้จางลง ก็พอช่วยให้ดีขึ้นได้ เช่น การทาครีมรอบดวงตาที่ผสมสารไวเทนนิ่ง หรืออาจจะทำทรีทเม้นต์เพื่อให้รอยดำคล้ำดีขึ้น เช่น การทำ Phonophoresis รอบดวงตา กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต นวดเซลล์ ทำให้สารอาหารมาหล่อเลี้ยงได้มากขึ้น กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต นวดเซลล์ พร้อมใช้ตัวยาที่มีสรรพคุณเป็นไวเทนนิ่ง ไปฟอกสีดำคล้ำที่ขอบตาให้จางลง  หรือถ้าจะให้ไฮเทคกว่านั้น ก็ทำการรักษาด้วยเลเซอร์ โดยการลดปริมาณเม็ดสีเมลานินที่เข้มให้ลดลงด้วย เลเซอร์กลุ่ม Nd:YAG เฃ่น Revlite   หรือ Diode Laser  ก็พอจะช่วยได้ แต่ถ้าเปรียบเทียบกัน รักษาด้วย Revlite laser จะได้ผมไวกว่า ผลข้างเคียงน้อยกว่า หรือแทบจะไม่มี  ทำ 3-5  ครั้ง ก็ได้ผลน่าพอใจแล้ว สรุป การรักษาที่ได้ผลดีและเร็ว ก็คือ การรักษาด้วยการทำเลเซอร์กลุ่มเม็ดสี เช่น Revlite ซึ่งถือว่าเป็นเลเซอร์ที่รักษาขอบตาคล้ำที่ได้ผลดีสุด ปลอดภัย ผลข้างเคียน้อยมาก

4.หลอดเลือดใต้ตาขยายมากผิดปกติ (Vasculature inflammation) : ปกติ บริเวณใต้ตาของคนเราจะมีหลอดเลือดฝอยอยู่ ถ้ามันมีอะไรไปทำให้เกิดการบวมมากไปก็จะเห็นคล้ำๆใต้ตาได้ ซึ่งสาเหตุก็เกิดได้หลายอย่าง เช่น จากโรคบางอย่าง เช่น ภาวะการขาดธาตุเหล็ก หรือขาดสารอาหารอื่น, โรคไต , การอดนอน , การสูบบุหรี่, ชา-กาแฟ, โรคภูมิแพ้ ,การทาครีมรอบตวงตากลุ่ม Retin-A เป็นประจำ และ บางทีการลดความอ้วนมากไป ทำให้ไขมันบริเวณนั้นน้อยลง เส้นเลือดก็เลยเห็นชัดขึ้นก็เป็นไปได้เหมือนกัน
แนวทางการแก้ไข : ถ้าพอจะทราบสาเหตุ ก็รักษาสาเหตุให้หาย งดบุหรี่ ชา-กาแฟ หรือรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อาจจะต้องใช้วิตามินหรืออาหารเสริม ถ้าพบว่าเกิดจากการขาดอาหาร หรืออาจจะทำทรีทเม้นต์เพื่อให้รอยดำคล้ำดีขึ้น เช่น การทำ Phonophoresis รอบดวงตา กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต นวดเซลล์ ทำให้สารอาหารมาหล่อเลี้ยงได้มากขึ้น กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต นวดเซลล์ พร้อมใช้ตัวยาที่มีสรรพคุณเป็นไวเทนนิ่ง ไปฟอกสีดำคล้ำที่ขอบตาให้จางลง หรือ ทำการรักษาด้วย เลเซอร์กลุ่ม Vascular laser ( V-Beam ) หรือ Long Pulse Nd:YAG laser เช่น Gentle YAG Laser  ก็ช่วยให้หลอดเลือดหดตัวเป็นปกติ จึงทำให้รอยหมองคล้ำดีขึ้นได้ Vasculature inflammation

การรักษาขอบตาคล้ำ จากเส้นเลือดำ รักษาด้วย Gentle YAG Pro 3 ครั้ง ห่างกัน 2 อาทิตย์

5.ขอบตาคล้ำ จากเบ้าตาลึก : : ซึ่งจริงๆ แล้ว บางคน จะมีโครงสร้างของกระดูกใบหน้า ที่แปลกกว่าคนอื่นๆ คือ อาจจะมีโหนกแก้มสูง และมีเบ้าตาลึก ทำให้ผิวหนังบริเวณใต้ตายุบลงไป เกิดเป็นรอยพับ ทำให้เห็นเป็นรอยเขียวๆคล้ำใต้ตาเหมือนขอบตาคล้ำจากสาเหตุอื่นๆ

dark circle_fillerการรักษาขอบตาคล้ำ จากเบ้าตาลึก ด้วยการฉีดเติมฟิลเลอร์  Perfectha Derm

แนวทางการแก้ไข : วิธีนี้ ปัจจุบันแก้ไขได้ไม่ยาก การฉีดสารเติมเต็ม (Filler agents) เช่น กลุ่ม Hyaluronic acid  ที่มีโมเลกุลเล็ก นวดง่าย ไม่เป็นก้อน  เช่น Perfectha Derm,Restylane touch,Juverderm Ultra Plus   เพื่อเติมเต็มเบ้าตาลึก หรือร่องตาลึก ให้กลับมาเป็นปกติ รอยพับก็จะหายไป ทำให้รอยดำคล้ำรอบดวงตาก็หายไปด้วย แต่สารกลุ่มนี้ ปกติจะมีอายุไม่นาน ประมาณ 6-12 เดือน ก็ต้องมาฉีดซ้ำ
ดังนั้น ถ้าท่านมีปัญหาเรื่องขอบตาคล้ำ ร่องตาลึก แนะนำให้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุก่อนว่าเกิดจากสาเหตุใด เพราะแนวทางแก้ไข แต่ละสาเหตุก็จะแตกต่างกัน การแก้ไขให้ถูกจุด และเหมาะสม จะทำให้ดวงตาของท่าน กลับมาสดใส อ่อนเยาว์ได้อีกครั้งหนึ่ง

เรียบเรียงและค้นคว้าโดย นพ.จรัสพล รินทระ

 

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่ 11/11/2009 จำนวนการเข้าชม 71593 ครั้ง

Comment :

how much if i choose to take laser treatment for my dark circle problems?

dojeng 26 November 2014 at 12:33
reply
นพ.จรัสพล รินทระ

if your dark circle is due from the black pigmentation, Revlite Laser can help to decrease the colors ,the price is 3,000 bahts per times,do 3-4 times every 2-3 weeks.If from tear through ,inject fillers can help you the price is about 15,000 baths immediate result.

นพ.จรัสพล รินทระ 26 November 2014 at 16:58
reply

ถ้าเป็นกรณีหลอดเลือดใต้ตาขยายมากผิดปกติหละคะ สาเหตุอาจจะมาจากโรคไต laserจะช่วยได้มั้ยคะ ถ้าโรคยังคงเป็นอยู่

ปอน 23 August 2015 at 01:25
reply
    นพ.จรัสพล รินทระ

    เส้นเลือดใต้ตาผิดปกติ ต้องดูว่าเป็นเส้นเลือดดำหรือเส้นเลือดแดง ถ้าเส้นเลือดดำต้องยิง GentleYag laser ถ้าเป็นเส้นเลือดแดงต้องยิง V-beam laser ที่คลินิกมีให้บริการนะครับ โรคไตก็ยิงได้นะครับ

    นพ.จรัสพล รินทระ 23 August 2015 at 10:28

แล้วถ้าเป็นภูมิแพ้ รักษาด้วยการทำเลเซอร์จะหายถาวรไม๊คะ หรือถ้าไม่ถาวรจะอยู่ได้ประมาณกี่ปี
ราคารักษาเป็นคอร์สนี่ 12000 ใช่หรือเปล่าคะ

BB 27 January 2016 at 09:51
reply
    นพ.จรัสพล รินทระ

    ถ้าจะให้หายถาวร ต้องรักษาภูมิแพ้ไปด้วย จางแล้วจะถาวรได้ ถ้าไม่ขยี้ยาให้อักเสบอีก ราคานี้แหละครับ คอร์ส 5 ครั้ง 12000 บาท

    นพ.จรัสพล รินทระ 2 February 2016 at 14:11

สอบถามคุณหมอหน่อยครับ ถ้าผมเป็นอาการขอบตาคล้ำ จากเบ้าตาลึก จะสามารถรักษาด้วยวิธีอื่นนอกจากการฉีดfillerมั้ยครับ เช่นการทำFat transfer แล้วการทำFat transfer มีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใดครับ แล้วจะอยู่ถาวรมั้ยครับ

Dent 28 March 2016 at 00:07
reply
    นพ.จรัสพล รินทระ

    ขอบตาคล้ำ ผมว่าฟิลเลอร์ได้ผลเนียนกว่า ธรรมชาติกว่านะครับ เพราะปัจจุบันมีฟิลเลอร์ยี่ห้อที่ใช้ฉีดใต้ตาโดยเฉพาะเนื้อเจลนุ่มละเอียด เช่น กลุ่ม Restylane Vital light or Perfectha derm ซึ่งหลังฉีดจะไม่เป็นก้อน ส่วนการทำ Fat transfer ไม่อยากแนะนำเพราะโมเลกุลแฟตจะโตกว่า โอกาสเกิดเป็นก้อนนูนพบได้บ่อยมาก และยุบตัวไว

    นพ.จรัสพล รินทระ 30 March 2016 at 11:36