ก่อนจะดูดไขมัน ( Liposuction ) ควรจะรู้ว่า มีวิธีไหนได้บ้าง อย่างไร จะได้สวยปลอดภัย - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : [email protected]

ศัลยกรรมความงาม

ก่อนจะดูดไขมัน ( Liposuction ) ควรจะรู้ว่า มีวิธีไหนได้บ้าง อย่างไร จะได้สวยปลอดภัย

  Liposuction 1

  • ไขมันส่วนเกิน คือ ไขมันที่เกิดจากการรับประทานอาหารเข้าไปในร่างกายและไม่สามารถที่จะขับออกจากร่างกายหรือไม่ได้เผาผลาญออกมาจากร่างกาย จึงกลายเป็นไขมันส่วนเกินหรือ พลังงานส่วนเกิน อาจจะมีสาเหตุจากกรรมพันธุ์ที่ทำให้สัดส่วนบริเวณนี้ลดลงได้ค่อนข้างยาก หรือขาดการออกกำลังกาย หรือระบบการเผาผลาญในร่างกายมีความผิดปกติไขมันส่วนเกิน
  •    ดังนั้นการดูดไขมันส่วนเกิน จึงอาจจะเป็นทางเลือกที่ได้ผลดีและเห็นผลทันทีหลังทำ โดยบริเวณที่นิยมทำการดูดไขมัน มักจะเป็นบริเวณที่มีไขมันสะสมอยู่จำนวนมาก ถ้าเลือกใช้วิธีอื่นอาจจะได้ผลช้า และต้องทำหลายครั้ง เช่น บริเวณหน้าท้อง สะโพก  ต้นขา เป็นต้น
  • วัตถุประสงค์
    1.ดูดไขมันเพื่อนำเซลล์ไขมันกลับมาใช้ เพื่อเสริมส่วนต่างๆ ของร่างกาย
    2.ดูดไขมันเพื่อปรับปรุงรูปร่าง (เซลล์ไขมันไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก)
  • ข้อดีของการดูดไขมัน
    1. สามารถเลือกกำจัดไขมันส่วนเกินที่สะสมตามร่างกายเฉพาะจุดได้ ได้ผลทันทีหลังทำ
    2. ใช้เวลาในการพักฟื้นไม่นาน
    3. สามารถนำไขมันส่วนเกินที่ถูกดูดออกมาแล้ว ไปเพิ่มที่อื่นได้ ทดแทนฟิลเลอร์ ราคาถูกกว่า และถือเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย
    4. ถ้าคุณดูแลตัวเองให้ดีหลังจากที่ดูดไขมันไปแล้ว ผลของการรักษาก็จะอยู่ได้นานมากขึ้น
  •   วิธีดูดไขมันตั้งแต่สมัยอดีต ถึงปัจจุบัน : หลักการดูดไขมัน คือ การนำท่อขนาดต่างๆ กัน ใส่เข้าไปใต้ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง แล้วใช้เครื่องมือที่มีความแรงในการดูดขนาดต่างๆ กัน วิธีการดูดไขมันมีหลายวิธีด้วยกัน ดังนี้
    1. Syringe Method  เป็นการดูดไขมันด้วยอุปกรณ์สุญญากาศ โดยจะใส่ท่อขนาดเล็กลงในบริเวณที่ต้องการ ลงไปในชั้นไขมัน และใส่ยาชากับน้ำเกลือฉีดไปที่ด้วยเทคนิค Tumescent  เพื่อช่วยระงับความรู้สึกและลดการเสียเลือด ข้อดีของการดูดไขมันด้วยเทคนิคนี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัย ช่วยให้สามารถเอาไขมันออกมาได้ง่าย มักนิยมทำในบริเวณที่มีไขมันไม่มาก เพราะต้องใช้เวลาในการทำค่อนข้างมาก หรือทำการดูดไขมันมา หรือเพื่อนำไขมันมาฉีดเติมทดแทนฟิลเลอร์
    Liposuction syringe
    2. Ultrasound Liposuction  เช่น VASER (Vibration Amplification of Sound Energy at Resonance ) เป็นการ ดูดไขมัน ด้วยการใช้พลังงานคลื่นเสียง ( Ultrasound ) ในระดับความถี่ที่เหมาะสมเพื่อเข้าไปทำปฏิกิริยากับไขมัน ทำให้ไขมันกลายเป็นของเหลว จากนั้นจึงใช้เครื่องมือดูดไขมันที่เป็นของเหลวออกมา มักจะใช้ในการดูดไขมันที่มีปริมาณมาก เช่น พุง ต้นขา สะโพก เพราะทำได้เร็ว ใช้เวลาน้อย นอกจากนี้ บางคนยังสามารถจะเอาวิธีมาดูดไขมัน สร้าง 6-Pack ได้ด้วย
    Liposuction VASER2Liposuction VASER33. Radio – Frequency Assisted Liposuction )  เช่น Body Tite คือ การใช้พลังงานจากคลื่นความถี่วิทยุ RF (Radio Frequency) ชนิด Bipolar พลังงานจากคลื่นความถี่วิทยุนี้ จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนที่เนื้อเยื่อผิว ทำให้ไขมันสลายเป็นของเหลวก่อนจะถูกดูดออกมา ระหว่างการรักษาสามารถ ห้ามเลือดไปด้วยขณะทำการดูดไขมัน เพื่อลดการสูญเสียเลือดระหว่างการรักษา

    Liposuction BodytiteLiposuction Bodytite 3
    4. Laser Liposuction  เช่น Smart Lipo Slimlipo, AccuSculpt  เป็นการดูดไขมัน ด้วยการใช้เลเซอร์ ในการสลายเซลล์ไขมัน โดยจะยิงเลเซอร์เข้าไปก่อน หลังจากนั้นจึงนำไขมันออกมา และยังช่วยทำให้ผิวกระชับขึ้นด้วย สามารถใช้รักษาในบริเวณที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้ และลดปัญหาผิวหย่อนคล้อยหลังการดูดไขมันแบบเดิมได้
    Liposuction lase1 Liposuction lase 2

    5. Power and Vibration Liposuction  เช่น  PAL (Power Assisted Liposuction ) เป็นเครื่องมือที่ดูดไขมันใช้เข็มดูดไขมันที่การสั่นสะเทือนด้วยความถี่สูง คล้าย ๆ กับการสั่นของแปรงสีฟันไฟฟ้า  โดยมักจะทำร่วมกับวิธีอื่นๆ ซึ่งจะทำให้ดูดไขมันในส่วนที่ยากให้ออกมาง่ายขึ้น
    Liposuction PAL 1 Liposuction PAL 2
    6. Water Jet Liposuction : เช่น Body Jet เป็นการดูดไขมันโดยใช้พลังน้ำที่มีประสิทธิภาพการทำงานสูงในการแยกไขมันให้ออกจากเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ โดยไม่ทำให้เนื้อเยื่อผิวหนังได้รับความบอบช้ำ ทำให้เซลล์ไขมันยังคงมีชีวิต และยังคงเต็มไปด้วยสเต็มเซลล์จึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ นำกลับไปฉีดเติมเต็ม ทดแทนฟิลเลอร์ในส่วนต่างๆของร่างกาย มักนิยมทำในบริเวณเล็กๆ เช่นไขมันใต้ตา หรือดูดไขมันที่ต้นขา เพราะจะนำมาฉีดเติมไขมันใบบริเวณอื่น
    Liposuction Bodyjet 1Liposuction Bodyjet 2

  • ข้อเสียของการดูดไขมัน
    1.  อาจจะมีอาการฟกช้ำดำเขียวอยู่ช่วงหนึ่ง แต่จะค่อยๆ จางหายไปใน 4-6 อาทิตย์
    2.  อาการผิวเป็นคลื่นๆ ไม่เรียบเนียนนั้น อาจเกิดได้จากการดูดไขมันที่ไม่มีความชำนาญ หรืออาจเกิดจากการดูแลตัวเอง
    3.  แผลที่มาจากการดูดไขมันอาจมีอาการเจ็บบ้าง แต่ไม่มาก ช่วงเวลาพักฟื้นอาจมีเลือดหรือน้ำเหลืองไหลออกมา
    4.  อาจจะมีโอกาสเป็นแผลนูน แผลคีรอยด์ได้
    5. เมื่อดูดไขมันแล้ว อาจจะมีความนูนโค้งไม่เสมอกัน มีรอยย่นของกล้ามเนื้อในจุดที่ดูดไขมัน ทำให้ผิวพรรณดูไม่เป็นธรรมชาติ
  • การดูแลตัวเองหลังการดูดไขมัน
    การดูดไขมันนั้นมีผลถาวรเฉพาะกับไขมันที่ดูดออกไปแล้ว อย่างไรก็ตามก็สามารถมีไขมันเพิ่มมาได้ใหม่ หรือมีน้ำหนักเพิ่มได้อีก หากไม่ดูแลการรับประทานอาหารหรือการออกกำลังกายที่ดี หากต้องการผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ต้องควบคุมการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมต่อไป หลังจากขั้นตอนการดูดไขมันเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ศัลยแพทย์อาจให้สวมใส่ชุดบีบกระชับสัดส่วนเป็นเวลาประมาณ 1-2 เดือน เพื่อช่วยในการควบคุมอาการบวมที่เกิดขึ้น และอาจต้องรับประทานยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นในบางราย อีกอย่างที่ต้องระลึกไว้เสมอก็คือ การดูดไขมันไม่ได้ทำให้น้ำหนักตัวลดลง แต่ช่วยให้สัดส่วนดูดีขึ้น 
  • ค่าใช้จ่ายS7_LiposuctionAdd LINE ID ปรึกษาได้ที่ : @clinicneo หรือ ✅Click✅ http://bit.ly/2Jfx2Kh

    Line@

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่