การดื่มไวน์แดง ช่วยชะลอวัย ทำให้อายุยืนยาว ได้อย่างไร - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : [email protected]

เวชศาสตร์ชะลอวัย

การดื่มไวน์แดง ช่วยชะลอวัย ทำให้อายุยืนยาว ได้อย่างไร

resveratrol2
หลายท่านคงจะเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่าการดื่มไวน์แดงทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 แก้ว นั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยชะลอวัย และจัดเป็นเครื่องดื่มอัลกอฮอล์ประเภทที่ทำให้อายุยืนยาว  และทุกคนมักจะมีคำถามตามมาว่า ไวน์แดงนั้นจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพได้อย่างไร คำถามนี้ถูกค้นหาคำตอบโดยนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยจากทั่วโลก โดยมีการค้นพบว่าในไวน์แดงนั้นมีส่วนผสมที่ทรงคุณค่าอยู่ชนิดหนึ่ง นั่นก็คือ Resveratrol
       Resveratrol เริ่มเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายประมาณปี ค.ศ. 1990 เมื่อมีการศึกษาวิจัยพบว่าสาเหตุที่ชาวฝรั่งเศสประสบปัญหาเรื่องโรคหัวใจน้อยกว่า และมีอายุขัยที่ยืนยาวกว่าพลเมืองของประเทศอื่นๆ ในทวีปยุโรปกว่า 18 ประเทศที่บริโภคอาหารที่มีไขมันสูงในปริมาณมาก เพราะชาวฝรั่งเศสนั้นบริโภคไวน์แดง ซึ่งมี Resveratrol ในปริมาณมากนั่นเอง โดยพบคนที่เป็นโรคหัวใจเพียงร้อยละ 42 ของคนที่บริโภคอาหารที่มีไขมันสูงร่วมกับการดื่มไวน์เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
นับตั้งแต่นั้นมานักวิทยาศาสตร์ก็ได้วิจัยคุณประโยชน์ของ Resveratrol มากขึ้น และพบว่า Resveratrol มีประสิทธิภาพในการชักนำให้เกิดการตายของเซลล์มะเร็ง ท่อน้ำดีและเซลล์มะเร็งตับอ่อน ช่วยหยุดยั้งการกระจายของเซลล์มะเร็งจนเซลล์ร้ายตายไปในที่สุด เรียกว่า Apoptosis และ Resveratrol ไม่เป็นพิษในเซลล์ปกติ ทำให้ปลอดภัยต่อการใช้เป็นยารักษาโรค
นอกจากนั้นการใช้เรสเวอราทรอลยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการบรรเทาโรคเบาหวาน ในอนาคตอีกด้วย เนื่องจากมีการทดลองพบว่า Resveratrol ช่วยลดความอยากอาหารของหนูทดลองลง ทำให้พวกมันมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น เนื่องจากทำให้ตับไม่ต้องทำงานหนัก โดยไม่ต้องผลิตอินซูลินออกมามาก
คณะนักวิจัยจากหลายๆ ประเทศ ได้เริ่มค้นคว้าและพิสูจน์กันมาอีกอย่างต่อเนื่อง จึงได้สรุปว่าสารประกอบ Resveratrol นั้นช่วยมีฤทธิ์กระตุ้น SIRT1(sirtuin 1)ได้เป็นอย่างดี (SIRT1 เป็นเอนไซม์ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำให้สิ่งมีชีวิตมีอายุที่ยืนยาวขึ้น) มีผลทำให้เกิดกระบวนการเผาผลาญอาหาร (metabolism) มากขึ้นกว่าปกติช่วยป้องกันการสะสมของไขมัน และการเป็นโรคเบาหวานที่ ทำให้ร่างกายมีระดับของน้ำตาลและระดับคอลเลสเตอรอลในเลือดลดลง เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานและหัวใจหรือผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรค

Resveratrol-in-action

คณะนักวิจัยจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (National Institutes of Health – NIH) ของประเทศสหรัฐอเมริกา บ่งชี้ว่า สาร resveratrol เป็นสารเคมีตามธรรมชาติ ซึ่งพบในปริมาณสูงในผิวองุ่นแดงที่นำมาทำไวน์แดง ถั่วลิสงต้ม บิลเบอรี่ บลูเบอรี่ และผลิตภัณฑ์จากพืชต่างๆ  โดยพบว่า
ประโยชน์ของ
Resveratrol  สารสกัดจากไวน์แดง
1. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงมาก สามารถชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยและความชราได้อย่างยอดเยี่ยม
2. ช่วยให้มีสุขภาพที่ดีและยืดอายุให้ยืนยาวได้ถึงร้อยละ 40
3. มีประสิทธิภาพสูงในการยับยั้งการก่อตัวของเชื้อมะเร็งและการเกิดโรคมะเร็งทุกประเภท หากรับประทานเป็นประจำในผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะเริ่มต้น จะช่วยหยุดยั้งการกระจายตัวของเซลล์มะเร็งจนเซลล์มะเร็งร้ายตายไปในที่สุด
4. ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
5. ช่วยควบคุมให้ระดับเมตาบอลิซึมในไขมันเป็นปกติ
6. ช่วยป้องกันและลดการเสื่อมของเส้นประสาทสมอง
7. ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอัลไซเมอร์และโรคพาร์คินสัน
8. ช่วยบำรุงตับอ่อนให้แข็งแรง ป้องกันการเกิดโรคเกี่ยวกับตับทุกประเภท
9. ช่วยลดอาการอักเสบของเนื้อเยื้อภายในร่างกาย ช่วยให้อาการอักเสบหายไวมากยิ่งขึ้น
10. ช่วยลดระดับน้ำตาลและคอเลสเตอรอลในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
ปริมาณสารสกัดจากไวน์แดง Resveratrol ที่ร่างกายต้องการในหนึ่งวัน
ในหนึ่งวันควรรับประทานสกัดจากไวน์แดง Resveratrol ไม่ต่ำกว่าวันละ 40 มิลลิกรัม เพื่อสุขภาพที่ดี แต่หากต้องการใช้เพื่อบำบัดรักษาโรคควรรับประทานวันละไม่เกิน 200 มิลลิกรัม ซึ่งหากมากกว่านี้อาจต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์เท่านั้น
อนึ่งการรับประทานสารสกัดจากไวน์แดง Resveratrol ในปัจจุบันอาจไม่ใช่เรื่องยาก ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถรับประทานสารสกัดจากไวน์แดง Resveratrol ที่มีอยู่ในองุ่นแดงได้ในปริมาณที่มาก หรือบางคนไม่สามารถจะดื่มไวน์แดงได้ทุกวันๆ ปัจจุบันได้มีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่สกัดจากไวน์แดง Resveratrol ในรูปแบบต่าง ๆ ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อให้การดูแลสุขภาพของเรามีความง่ายดายมากยิ่งขึ้นแทนได้ ซึ่งท่านอาจจะหามารับประทานได้ตามร้านจำหน่ายอาหารเสริมที่วางจำหน่ายทั่วไปในขณะนี้

resveratrol4

เรียบเรียงโดยนพ.จรัสพล รินทระ
Update …..2 Febuary ,2015

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่