กลุ่มอาหารเสริมสำหรับบำรุงผิวพรรณ - Clinic Neo
TEL : 02-399-3390-1
E-MAIL : [email protected]

ดูแลผิวพรรณ

กลุ่มอาหารเสริมสำหรับบำรุงผิวพรรณ

skin-vitamins

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม สำหรับบำรุงผิวพรรณ ในปัจจุบัน ได้มีออกวางจำหน่าย หลากหลายยี่ห้อ ทำให้บางครั้ง เกิดความสับสนในแง่สรรพคุณ และประสิทธิผลที่จะได้รับ ดังนั้นจึงจะจำแนก อาหารเสริมเหล่านี้ ได้เป็นกลุ่มๆ ดังนี้

1. กลุ่มกรดไขมันจำเป็น( Essential Fatty Acid)

1.1 Evening Plimrose Oil (EPO) – เป็นกรดไขมันจำเป็นในกลุ่ม Omega 6 มีสรรพคุณ ช่วยให้ผิวหนังสามารถโอบอุ้มน้ำได้ดี ขึ้นลดการสูญเสีย จึงช่วยทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้น ไม่หยาบกร้าน มักแนะนำให้รับประทานประมาณ วันละ 1,300 มก.พร้อมอาหาร ต่อวัน ใน 3 เดือนแรก และลดลงเหลือ ปริมาณ 500 มก.ต่อวัน ในระยะเวลาต่อมา
1.2 Black current oil , Borage oil – เป็นกรดไขมันจำเป็นในกลุ่ม Omega 6 ชื่อ Gamma Linoleica acid ซึ่งมีสรรพคุณ ช่วยให้ผิวหนังสามารถโอบอุ้มน้ำได้ดีขึ้น ลดการสูญเสีย เช่นเดียวกับ EPO จึงช่วยทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้น ไม่หยาบกร้าน มักแนะนำให้รับประทานประมาณ วันละ 1,000 มก พร้อมอาหาร
1.3 Multi oil – เป็นกรดไขมันจำเป็นในกลุ่ม Omega 6 และ Omega 3 ซึ่งมีสรรพคุณ ช่วยให้ผิวหนังสามารถโอบอุ้มน้ำได้ดีขึ้น ลดการสูญเสีย จึงช่วยทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้น ไม่หยาบกร้าน นอกจากนี้ยังให้พลังงานทำให้ร่างกายสดชื่น

2. กลุ่มโปรตีน( Proteins)

2.1 Gelatin – ช่วยเสริมสร้างโปรตีน คอลลาเจน และอีลาสติน ให้แก่ผิวหนัง ช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่น พบมากในกระดูกและหนังสัตว์
2.2 Marine Proteins ( Imedene) – เป็นโปรตีนที่พบได้ในปลาน้ำลึก หรือ ปลิงทะเล ช่วยในการสร้างโปรตีน คอลลาเจน และอีลาสติน ให้แก่ผิวหนังช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่น เหมือนกลุ่ม Gelatin จึงเลือกรับประทานอย่างใดอย่างหนึ่งได้

 3. กลุ่มวิตามินและเกลือแร่ ( Vitamins and Minerals)

 3.1 Vitamin E เป็นสาร Antioxidantsพบได้ในผัก น้ำมันพืช เมล็ดพืช ข้าวโพด ถั่ว แป้งสาลี เนยเทียม และนม โดยมี alpha-tocopherol เป็นชนิดที่ active ที่สุด โดยช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ผิวหนังเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว vitamin E เป็น fat soluble vitamins แต่ควรรับประทานในปริมาณที่ไม่มากเกินไป( 40,000 IU ) เพราะถ้ารับประทานมากเกินไป จะทำให้เกิดการขัดขวางของวิตามินเค ซึ่งเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด ทำให้ไขมันในเลือดสูง เต้านมโตผิดปกติ หรือเส้นเลือดดำอุดตันได้ การใช้วิตามินอี เข้มข้น ทาบริเวณผิวหน้า อาจเกิดอาการแพ้ เกิดสิวได้
 3.2 Vitamin C เป็นสาร Antioxidants ที่ละลายน้ำได้ดี ช่วยให้เซลล์ไม่เสื่อมสภาพเร็ว ช่วยสร้าง Hydroxyproline และ Hydroxyglycine ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของ คอลลาเจน และ elastin จึงทำให้ผิวพรรณมีความแข็งแรง และยืดหยุ่น สร้างเสริม ภูมิคุ้มกันโรคไข้หวัด ทำให้อสุจิในผู้ชายแข็งแรง นอกจากนี้ ยังได้มีการนำวิตามินซี มาใช้ในการรักษาปัญหาผิวหน้า ช่วยให้ผิวหน้าขาวขึ้น โดยมักแนะนำให้รับประทาน หรือ นำมาผสมใน ครีมทาหน้า หรือ นำมาละลายใช้ในการทำไอออนโตวิตามินซีพบได้บ่อยในผลไม้รสเปรี้ยวและผักใบเขียว โดยร่างกายต้องการในปริมาณ 60 มก.ต่อวัน แต่ในคนท้อง และคนสูบบุหรี่ต้องการถึงวันละ 140 มก.ต่อวัน หากรับประทานในปริมาณสูง อาจทำให้ระดับ oxalate ในปัสสาวะสูง เกิดนิ่วในไตได้
 3.3 Biotin มีส่วนสำคัญในการสังเคราะห์ DNA,RNA ดังนั้นจะมีผลทำให้ร่างกายสร้างเซลล์ผิวหนังใหม่อยู่ตลอดเวลา ทำให้เส้นผม-ขน และเล็บ แข็งแรง ( ได้กล่าวรายละเอียดในบทความเรื่อง biotin ไปบ้างแล้ว)
 3.4 Beta carotene เป็นสารตั้งต้นในการสร้างวิตามินเอ พบได้ในผักใบเขียว แครอท เนยเหลว และเนยแข็ง เป็น Antioxidants อย่างหนึ่งเช่นกัน หากขาดวิตามินเอ จะทำให้ผิวหนังแห้งแตก และรูขุมขนแข็งได้ นอกจากนี้ beta-carotene ยังสามารถยับยั้งและป้องกันการเกิด มะเร็งผิวหนังด้วย โดยควรรับประทารวันละประมาณ 30 มก.ต่อวันได้โดยไม่มีอันตราย
 3.5 Silica เป็นแร่ธาตุที่สำคัญ สกัดจากสมุนไพร Horsetail ซึ่งอุดมไปด้วย กรดซีลีซิค( Silicic Acid) และเกลือซิลิเคต( Silicates) ซึ่งจะให้แร่ธาตุซิลิคอน ซึ่งมีประโยชน์ในการสร้างเสริมกระดูก กระดูกอ่อน และสร้างความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ( Connective Tissues) จึงมีประโยขน์ต่อการบำรุงเส้นผม เล็บ ไขข้อ และช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นด้วย
 3.6 Zinc ช่วยในการสร้างเซลล์ผิวหนังใหม่ และช่วยให้เซลล์จับวิตามิน เอ ได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยรักษาสมดุลย์ของปริมาณไขมัน ในร่างกายควบคุมปัญหาการเกิดการอุดตันของไขมัน ที่ทำให้เกิดสิว นอกจากนี้ยังช่วยในความจำดีขึ้นด้วย จึงได้มีการนำ Zincมาผสมในสารอาหารเสริม ทั้งในรูปของวิตามินรวม หรือ ยาบำรุงในคนสูงอายุ
 3.7 Coenyme Q10( Uniquinone) เป็นสารAntioxidants ที่ค้นพบมานานแล้ว โดยพบมากที่อวัยวะที่มีการ metabolism สูง เช่น หัวใจ ไต และตับ โดยทำหน้าที่ถ่ายทอดพลังงาน สำหรับผิวหนัง CoQ10 จะพบมากในชั้น epidermis มากกว่า dermis มีสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ( free radicles) จึงเชื่อว่า สามารถลดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ ปัจจุบัน ได้นำมาทำเป็นครีมทาเฉพาะที่ เพื่อลดริ้วรอย โดยเฉพาะรอยดวงตา

จะเห็นได้ว่า ในปัจจุบัน ได้มีการกล่าวถึงอาหารเสริม และผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมากมาย หลายยี่ห้อ ท่านควรพิจารณาตามความเหมาะสม และความจำเป็น การนำเสนอบทความนี้ เพื่อให้ทราบรายละเอียด และสรรพคุณของสารต่างๆ ก่อนพิจารณาเลือกซื้อ เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของโฆษณาที่เกินเลยความจริง

เรียบเรียงและค้นคว้าใหม่โดย นพ.จรัสพล รินทระ …ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด…6 August,2005

โดย นพ.จรัสพล รินทระ วันที่